Diary

Blog EntryวันเกิดของฉันJul 21, '08 1:39 PM
for everyone

วันนี้วันเกิดเราแล้วนะ

วันเกิดมัลติพลายเราด้วย เพราะเราอัพมัลติพลายเราครั้งแรกตอนวันเกิด

หุหุ  เล่นมัลติพลายได้หนึ่งปีแล้วเหรอเนี่ย

ส่วนเราก้ออายุ.... ลอง ทายกันดูจิ

อิอิ

เราได้กินเค้ก แล้วก้อได้ของขวัญแล้วนะ หลังเที่ยงคืนแปบหนึ่ง มาเซอไพรส์ อีกแหน่ะ

ดีใจจัง  อิอิ

แก่ขึ้นอีกปีล่ะ แต่หน้าก้อยังเหมือนเดิม หนักใจจิงๆ

ฮ่าๆ

นอนๆ 

 

 


   เอามาเล่าเก็บไว้ นานๆทีจะได้คุยกะดารา แบบสนิทสนม อ่ะนะ

หุหุ

   ก้อแบบว่า  วันพุธ เราขึ้นวอร์ด  เป็นวันเดียวกะที่โดนผีหลอกเลย ฮ่าๆ

ต้องไปเคาะปอดเด็ก 4 เคส แล้วก้อไปทำกายภาพบำบัด ให้คุณศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม

ตอนเช้าก้อโอเคดีค่ะ  แต่พอตอนบ่ายนี่จิ่   คือจะทำกายภาพ วันล่ะสองรอบหน่ะ

   เราก้อ กำลัง passive แขน ขา อยู่ แล้วพี่อู๊ด ก้อเข้ามา ตอนแรกเหลือบไปเห็น ก้อยังนึกๆนะ

คุ้นๆ ว่ะ ใครว่ะ  จนญาติคุณศรีหนุ่ม ยกมือสวัสดีค่ะ พี่อู๊ด  อ่อออออออ

  พี่อู๊ด เป็นต่อ นี่เอง

   เห็นพี่แกคุยโทรศัพท์เป็นภาษาอิสาน หน่ะค่ะ เลยเป็นเหตุให้ได้คุยกัน

ตอนแรก พี่อู๊ด ก้อเดินเข้ามาจับขาคุณศรีหนุ่ม แล้วก้อถามอาการไปเรื่อย พอคุยไปคุยมา

เราก้อเลยถามพี่อู๊ดว่า เป็นคนอิสานเหรอคะ เห็นคุยโทรศัพท์ เป็นภาษาอิสาน

เท่านั้นแหล่ะ พี่น้องคร้าบ

    สปีคลาวกันอย่างเดียวเลย ฮ่าๆ แบบว่า คนบ้านเดียวกัน ฮ่าๆ คุยสนุกดีค่ะ

พี่อู๊ดให้นามบัตร ร้านอาหาร แถว เกษตร นวมินทร์ ว่างๆก้อไปกินกันนะคะ

ชื่อร้าน บังเอิญ  แล้วก้อมี อิเมลให้ด้วย  แหม๋ อ่านชื่อเมลละ รู้เลย

ชื่อเมลว่า พี่น้องครับ ฮ่าๆ  พี่อู๊ด ตัวจิง

     พอสักพัก คุณเหลือเฟือ ก้อเข้ามาค่ะ มาทำสกู๊ป รายการ คนพิเศษ 

แอบถามเกี่ยวกับกายภาพบำบัดกะเราด้วยนะ พร้อมกะมีกล้องมาถ่าย ไม่อยากให้เห็นหน้าตัวเองเล้ยยย

คือแบบว่า ดูไม่ได้ ก้อเราเพิ่งมาจากเคาะปอดเด็กสี่เคส อ่ะ เหนื่อยสุดๆ อ่ะนะ

     ไม่คิดว่าจะได้มาคุยกะพี่อู๊ดตัวเป็นๆ ก้อแหม๋ ดูเป็นต่อมาตั้งกี่ตอน ก้อชื่นชอบพี่อู๊ด ด้วยอ่ะนะ

แบบว่า ฮาดี   ตัวจริงก้อฮาดีค่ะ อิอิ 

   

   

   


Blog Entryคุณผี รีเทินJul 16, '08 10:42 AM
for everyone

ประมานเกือบสามปี ได้   ที่ข้าพเจ้าไม่ได้เจออะไรแบบนี้

ความรู้สึกเมื่อสามปีที่แล้ว ยังพอที่จะนึกถึงได้ ทั้งๆที่พยายามไม่นึกถึง

ข้าพเจ้าต้องพบเจอเกือบทุกวัน และ ต้องร้องไห้เกือบทุกวัน  ทุกวัน

จนความรู้สึกชิน ก้อเกิดขึ้น  ข้าพเจ้าต้องเข้าใจคำว่า ทำใจให้สบาย  ทำใจให้สงบ

แล้วเข้าใจ

    สิ่งที่ข้าพเจ้าทำได้ คือการสวดมนต์ก่อนนอน  ตักรบาตร ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

ข้าพเจ้าไม่รู้ว่า ตัวเองเป็นคนหนึ่งที่เรียกว่า มีซิกสเซนส์ หรือป่าว แต่สิ่งนั้นที่หลายๆคนอาจไม่เคยพบเห็น

ข้าพเจ้า ก้อเคยได้สัมผัส และพบเจอ

   และคืนที่ผ่านนี้เอง  ที่ข้าพเจ้าได้พบเจอ     อีกครั้ง

ปกติ เที่ยงคืน  คือเวลาที่ข้าพเจ้านอน  แต่เมื่อคืนนี้ ข้าพเจ้าปิดไฟนอนประมาณเกือบตีหนึ่ง

ข้าพเจ้าคิดว่ายังไม่ถึงห้านาที ด้วยซ้ำหลังจากที่ข้าพเจ้าเริ่มหลับตา

   ที่เริ่มรู้สึกว่า อึกอัด และ มีเสียงวิทยุ เสียงตุ๊กแก เสียงอะไรมากมาย อยู่รอบๆตัว  ทั้งๆที่ก่อนนอนนั้น

ห้องข้าพเจ้าเงียบเหลือเกิน ทั้งในห้องและนอกห้อง 

     ข้าพเจ้ารู้สึก อึกอัด มากขึ้น มากขึ้น ขยับตัวไม่ได้ พยายามที่จะตื่น แต่ก้อทำไม่ได้

นั่นเป็นการเริ่มต้น ให้ข้าพเจ้าสวดมนต์  ทุกบท ที่ข้าพเจ้า สามารถสวดได้

   และสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังพยายามทำต่อไป คือการลืมตา

ข้าพเจ้า พยายามลืมตาขึ้น และเมื่อ แว้บแรก

ที่ข้าพเจ้าลืมตาขึ้นมา ขณะที่สายตาข้าพเจ้าตรงกับปลายเตียงเยื้ยงไปทางประตูห้อง

สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าเห็น

ก้อคือ

   เงาดำที่เป็นรูปร่างของบุคคลผู้ชาย ยืนหันไปทางประตู

ข้าพเจ้าหลับตาลงทันที และสวดมนต์ต่อไป แต่ความรู้สึกอึดอัดนั้น ก้อยังไม่หายไป

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา

 คือ

มีเงาสีเทาๆ จากข้างเตียง ที่ข้าพเจ้ารู้สึกเห็นเพียงแขน และครึ่งลำตัวช่วงบน  ที่กำลังเอื้อมลงมาที่

ตัวข้าพเจ้า  ซึ่งกำลังเลื่อนเข้ามาใกล้ ใกล้ ตัวข้าพเจ้ามากขึ้น

 และ ก่อนถึงตัวข้าพเจ้าแค่ฝ่ามือเดียว ที่ทุกอย่างกลับหายไป พร้อมกับที่ข้าพเจ้าลืมตาขึ้นมาทันที

ราวกับว่า มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คลุมตัวข้าพเจ้า และทำให้ข้าพเจ้าหายจากความรู้สึกอึดอัดอย่างรวดเร็ว

โดยที่ไม่ต้องพยายามใดใด

      ข้าพเจ้าลุกขึ้นไปเปิดไฟทันที  ดูนาฬิกา ตีหนึ่งครึ่ง มันผ่านไปเพียงครึ่ง ชม ถามว่าหลับไหม

ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ เพราะก่อนนอนข้าพเจ้าไม่ได้รู้สึกง่วงมากจนขนาดที่หลับทันทีเมื่อหลับตา

ข้าพเจ้าลุกขึ้นมาไหว้พระ ขอช่วยให้ท่านคุ้มครอง

ข้าพเจ้าหลับไปด้วความรู้สึกเหนื่อยและเพลีย และรู้สึกตัวตื่นมาอีกครั้งตอน ตีสามและหลับต่อไปถึง

หกโมงกว่า ตื่นมาด้วยความรู้สึกเพลียเหลือเกิน

      สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เคยเกิดขึ้นกับข้าพเจ้ามาแล้ว เมื่อสามปีที่แล้ว ที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน จนข้าพเจ้าร้องไห้

และหวาดกลัวไปพักใหญ่ๆ สิ่งที่ช่วยข้าพเจ้าได้ คือการทำบุญ และคิดดีต่อเขา

   การทำใจให้สงบ ทำใจให้สบาย และหมั่นแผ่เมตตา ทำบุญอุทิศส่วนกุศล

ทำให้เหตุการณ์เหล่านั้น ไม่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า 

    แปลกมาที่มันกลับเกิดขึ้นอีกครั้ง ถ้าจะถามว่ากลัวไหม คงต้องมีความรู้สึกนี้บ้าง

แต่ข้าพเจ้าเข้าใจว่า เราต้องช่วยเขา ช่วยทำบุญ และอุทิศส่วนกุศลให้กับเขา

    นี่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ คะ

อาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก้อแล้วแต่บุคคล  แต่ก้อเล่าสู่กันฟัง

เข้าวัด ทำบุญ กัน ก้อเพื่อนตัวเราเองแหละ ที่ช่วยให้เราสบายใจขึ้น

  

   


Blog EntryการยอมรับJul 5, '08 9:17 PM
for everyone

การยอมรับ

เพื่อรู้จักตนเอง เป็นของทำยาก
เพราะกระแสจิตของคนเรา ไม่ชอบรู้เรื่องความจริงของตัวเราอยู่แล้ว
ชอบรู้เรื่องของคนอื่นเป็นธรรมดา
พยายามอย่างยิ่งที่จะรู้เรื่องของคนอื่นอยู่เสมอ
ความยินดียินร้ายจึงเพิ่มพูน
แต่ถ้ากลับมาดูตัวเองได้เมื่อได ก็จะเป็นประโยชน์มาก

การทำ “ความยอมรับ” ให้เกิดขึ้นในใจนั้น เป็นของยากมาก
แต่เป็นความสำคัญยิ่ง เพราะจะเป็นเหตุให้เกิดคุณธรรมขึ้น
อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน
เพราะปกติของเรานั้น มีพื้นใจเป็นสีดำ
มีมานะกิเลสเป็นพืชเชื้อ ที่จะทำให้ไม่ยอมก้มหัวให้กับใคร
มีความทรนงตัว ถือดีอยู่เสมอ
อันเป็นเหตุให้เกิดความล้มเหลว
จิตใจหยาบกระด้างด้วยความถือตัว
จึงเป็นเหตุให้ไม่ยอมรับฟังคำพูดและความเห็นของผู้อื่น
และมักจะมีความคิดแย้ง ไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมฟัง
เป็นกำแพงขวางกั้นการยอมรับในจิตใจของเรา

ดังนั้น จึงต้องมาทำความรู้จักกำแพงกางกั้นนี้
พร้อมกับค่อยๆ ทำลายมันให้หมดไปวันละเล็กละน้อย
เมื่อลดอำนาจและความถือดี ถือตัวทรนงเหล่านี้ลงไปได้บ้างแล้ว
ความนอบน้อม การยอมรับฟัง จะค่อยๆ เกิดขึ้น
โดยต้องใช้เวลา ความเข้าใจและประสบการณ์พอสมควร
เมื่อความนอบน้อมในใจเกิดขึ้นเสมอ ๆ แล้ว
ความหยาบกระด้าง ทรนงตัว ก็ค่อยๆ หมดไป
เราก็จะมีความสามารถอดทนยอมรับฟังคำพูดของผู้อื่นได้
แม้ว่าถ้อยคำเหล่านั้น อาจจะไม่เป็นที่สบอารมณ์
ศีลอันเป็นความปกติของกายวาจาก็จะเกิดขึ้น
และตั้งอยู่ได้เพราะอำนาจของสติ
อันเป็นความนอบน้อมในใจมีกำลังตั้งมั่นนั่นเอง

ปกติความคิดของปุถุชนเรา มักมีความขัดแย้งเสมอ
มาขวางกั้นการพิจารณาหาเหตุผล
เพื่อให้เกิดความแยบคายในใจ เราจึงควรระมัดระวังใคร่ครวญ
ก่อนจะคิด จะทำ จะพูด ด้วยการมีสติสัมปชัญญะ
เช่น ในเวลาที่เขาพูด เราควรจะตั้งใจ สนใจรับฟังด้วยดี
นั่นแหละคือ “การยอมรับ”

เพราะเมื่อเวลาเขาเปิดปาก ควรจะเป็นเวลาที่เราควรจะปิดปาก
และเวลานี้แหละ จะเป็นการยอมรับ และพัฒนาความคิดไปด้วย
จะเป็นเวลาที่มีประโยชน์
แม้เรื่องราวที่เราฟังนั้นจะพอใจหรือไม่ก็ตาม
เมื่อผู้พูดเห็นเราตั้งใจ สนใจรับฟังเขา
เขาจะรู้สึกเป็นมิตรและยอมรับเราไปด้วย
และในเวลานั้นเป็นการสร้างไมตรีและมนุษย์สัมพันธ์อย่างดีที่สุด
โดยที่ตัวเราเอง ถ้าไม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้ว
จะไม่รู้เลยว่า เรากำลังคุ้มครองใจเรา ด้วยอำนาจของสติ
และครองใจเขาไปด้วยในขณะนั้น
และเป็นการสร้างพลังจิตให้เกิดขึ้นด้วย

คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ
มักจะปล่อยโอกาสอันดีเหล่านี้เสียไป
จึงมักไม่พบความสำเร็จในการครองใจผู้อื่น
แม้ตัวเราเองก็ต้องเสียประโยชน์ไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ สำคัญยิ่ง ไม่ควรละเลย
ควรแสวงหา เพราะเป็นคุณธรรมที่จะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่าขึ้น
และสามารถทำให้ผู้อื่นมีความจริงใจต่อเรา
เพราะ ยอมรับเขา และเขาก็ ยอมรับเรา
อันเป็นคุณประโยชน์ยิ่ง ที่คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้เลย

การนอบน้อม และอ่อนโยนนั้นต่างกัน ใช้กันคนละขณะ
การนอบน้อมนั้น สมควรใช้กับผู้ที่มีชาติวุฒิและวัยวุฒิสูงกว่า
แต่ความอ่อนโยนนั้น สมควรใช้กับผู้ที่เสมอกันหรืออ่อนวัยกว่า
ถ้าใช้ให้ถูกต้องแล้ว จะทำให้กาย วาจา และใจตกอยู่ภายใต้กุศลธรรม
ย่อมเป็นที่ต้องตาและพอใจแก่ผู้ได้พบเห็น
แต่ถ้าใช้ผิดกาล เช่น การนอบน้อมจนเกินไปแก่ผู้ที่อ่อนวัยกว่า
อาจจะกลายเป็นการประจบสอพลอมากไป
ดังนั้นการใช้ให้ถูกกาลและพอดีตามสมควร จึงจะเป็นประโยชน์
โดยต้องอาศัยการเข้าสู่สังคมพบปะพูดจา
ใช้ถ้อยคำให้เป็นไปเพื่อความนอบน้อมและอ่อนโยนเสมอๆ
จะเป็นการฝึกอบรมจิตใจให้เป็นผู้เบิกบานแช่มชื่น
เกิดความสนุกสนานในการทำงาน
เป็นการแก้ความกลุ้ม ความเบื่อ ความเซ็งไม่ให้เกิดขึ้นในใจ

ปุถุชนทั่วไปย่อมเศร้าหมอง ด้วยเครื่องเศร้าหมอง
ย่อมเดือดร้อน ด้วยเครื่องเดือดร้อน
อาลัยอาวรณ์ด้วยเครื่องอาลัยอาวรณ์

มีน้อยคนเหลือเกิน ที่จะมีการยอมรับง่ายๆ
ส่วนใหญ่จึงมักจะ “ยอมจำนน” ด้วยเครื่องจำนน
มักกลัว จึงยอมรับ
กลัวว่า เขาจะว่าบ้าง กลัวเขาจะไม่รักบ้าง
เพราะเขาเป็นเจ้านาย หรือเป็นคนที่เรารักหรือเคารพ

บางทีกลัวว่า เขาจะมามีบุญคุณต่อเราบ้าง
กลัวว่าเขาจะมาหวังประโยชน์จากเรา
หรือจะต้องไปตอบแทนเขาบ้าง

โดยสรุปก็คือ เรายอมรับคนอื่น ก็เพราะอยากได้
เพราะประโยชน์หรือต้องการ
หรือไม่ก็ยอมจำนนเมื่อเขาคะยั้นคะยอด้วยเหตุผลต่างๆ
ดังนั้น เราจึงยอมรับเพราะกลัว
หรือยอมจำนนก็เพราะกลัวเหมือนกัน

“การยอมรับ” ฟังเขาพูด
ปิดปาก เมื่อเขาเปิดปากอยู่
ยอมรับว่า เขาไม่ต้องเข้าใจเราก็ได้
แม้เราจะชอบเขาสักเพียงใดก็ตาม เขาก็เป็นเขาอยู่อย่างนั้น
ขอเพียงเราอย่าโกรธเขา อย่าขาดความเมตตา กรุณาก็พอแล้ว
ถ้าเราไม่ทำใจให้ยอมรับ ในสิ่งที่ควรจะยอมรับอยู่เสมอแล้ว
เราก็ยอมจำนนอยู่เสมอเช่นเดียวกัน

ดังนั้น คุณค่าของการยอมรับ คือขณะนั้นๆ เรามีความเมตตา (อโทษะ) อยู่
เป็นจิตใจที่ดีงาม มีความแช่มชื่นผ่องใส
แต่ถ้าต้องยอมจำนน
จิตนั้นจะเศร้าหมอง เดือดร้อนวิตกกังวลติดตามมาอยู่เสมอ
การหัดพิจารณาฝึกฝนดูสภาวะของจิต
คือความรู้สึกของเรา ขณะรับอารมณ์ใดๆ ก็ตาม
จะทำให้เรามีสติปัญญา อันเป็นตัวรู้
กั้นไม่ให้อกุศลจิต คือความโลภ ความโกรธ ความหลงเกิดขึ้นได้

การยอมรับ การนอบน้อม การอ่อนโยนนี้ เป็นคุณธรรมระดับแรก
ที่จะเป็นบันไดให้ชีวิตของเราไต่เต้าขึ้นไปพบกับความสำเร็จ
อันเป็นกรรมวิธีที่สำคัญยิ่งที่พวกเราทั้งหลายควรน้อมรับและนำไปปฏิบัติ
เพื่อคุณภาพของชีวิตอันจะเป็นปัจจัย (ตัวเสริม) ความรู้ การทำงานของเรา
ให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลแก่ส่วนรวมและตัวเอง

จงพิจารณาใคร่ครวญให้ดีว่า
การยอมรับ หรือยอมจำนน อะไรจะดีกว่ากัน
และให้เป็นไปด้วยความฉลาด
ชีวิตก็จะมีคุณภาพสูงขึ้น สามารถแก้ปัญหาของชีวิตได้อย่างแท้จริง



****************************************************************



ศาสตราจารย์ นพ.เชวง เดชะไกศยะ







Blog Entryทำงาน ทำงานJul 3, '08 5:32 PM
for everyone

Photobucket PhotobucketPhotobucketPhotobucket     Photobucket

Photobucket     ข้าพเจ้าทำงานต่อกัน 5 วัน อันนี้มากสุดล่ะ ที่เคยทำมา เพราะอย่างมากแค่ 4 วันก้อจะได้หยุด

แต่เดือนนี้ และต่อๆไป การทำงานต่อกัน 5 วัน จะเป็นปกติ

วันพรึหัส เป็นวันที่ห้าของการทำงาน แต่ข้าพเจ้ามานั่งเขียนบล้อค ตอนตี4  ของวันศุกร์

เนื่องจาก หลังจากเลิกงาน ไปเดอะมอล

กลับมาถึงห้องกินข้าว แล้วก้อหลับไปเลยตั้งแต่ประมาณสองทุ่มก่า ไม่ได้นอนเวลานี้มาป็นปี ได้แระมั้ง

ที่นอนเนื่องจากความเหนื่อยและง่วงสุดๆ วันพรึหัส เป็นวันทำงานที่ข้าพเจ้ารู้สึกง่วงมาก

จนคนไข้ทักสองสามคน ว่าง่วงนอนเหรอ ดีที่เป็นคนไข้อาหรับ ใจดีหน่อย เค้าก้อขำขำเรา

เห็นหาวแล้วหาวอีก เฮ่อะๆ

Photobucket

      เพิ่งรู้ว่า เวลาทำงาน มักจะมีการรอคอยอะไรสักอย่าง คือ

      หนึ่ง รอให้ถึงวันสุดท้ายของการทำงาน ก่อนที่จะเป็นวันหยุด เพราะ  พรุ่งนี้ก้อหยุดแล้ว

     สอง   รอให้ถึงสิ้นเดือนไวไว  เพราะ ตังจะหมดแล้ว เฮ่อะๆ

         มีอะไรอย่างอื่นที่ต้องรออีกป่าว

สาม รอให้เลิกงานไวไว สำหรับเราเป็นบางวันอ่ะ ถ้ามี plan ว่าต้องไปไหนก้ออยากเลิกไวไว

ถ้าไม่ไปไหน ก้อเรื่อยๆ นั่งเมาท์ไปเรื่อย อิอิ

    อ๋ออ  สี่ รอให้ถึงตอนเที่ยง เพราะหิวข้าวแว้ววววว ใช่ป่ะ  Photobucket

 

           PhotobucketPhotobucketPhotobucketPhotobucket

                      Photobucket    

                                                   ฝนตกทุกวันเลยยย


Blog EntryเงินเดือนออกJul 1, '08 8:06 AM
for everyone

 

 

 

สิ้นเดือนนี้ เป็นสิ้นเดือนแรก ที่ข้าพเจ้าได้ตังจากการทำงาน จิงๆก้อไม่ได้เรียกว่าเงินเดือนหรอก

เพราะเป็นเงินของการทำงานในเดือน พ ค  ซึ่งเราทำงานแค่ 7 วันเอง ที่ได้ทำเร็วหลังจากที่เพิ่งสัมภาษไป

เนื่องจากคนไข้เยอะ PT ไม่พอ

   แต่ก้อถือว่า เป็นตังก้อนแรกที่เราหาได้เอง หลังจากที่ขอตังแม่ใช้มาตลอด 22 ปี อิอิ

ส่วนเงินเดือนของเดือน มิย  จะไปออกสิ้นเดือน กค โน้น เงินเดือนออกแปลกดี ออกสิ้นเดือนต่อไป

แสดงว่า สิ้นเดือนนี้ เราก้อจะได้เงินเดือนเต็มๆแล้ว คิกๆ

   เดือนนี้ก้อเป็นเดือนสุดท้าย ที่เราขอตังแม่ใช้แล้วนะ รู้สึกดีจัง

รู้สึกว่า พอเราหาเงินเองเนี่ย จะซื้ออะไรที คิดแล้วคิดอีก

 ต่างกับตอนขอตังแม่มากๆเลย อยากได้อะไรก้อซื้อๆ ตังหมดก้อขอเพิ่ม สบายเนอะ

    แต่พอทำงานหาตังเอง นี้รู้สึกตัวเองดูงกๆขึ้นแฮะ ฮ่าๆ 

 

     ต่อไปก้อต้องคืนตังแม่แระ แม่บอกคืนเท่าไหร่ก้อคืน

เลยกะว่า สิ้นเดือนนี้ที่ได้เงินเดือนเต็มๆ จะคืนแม่เป็นเดือนแระ

ขอขึ้นต้นด้วยเลข 9 ไม่ใช่ 90 บาทนะ ฮ่าๆ

  แบบว่า เลขสวย ชีวิตจะได้ก้าวหน้า เงินเดือนก้าวกระโดด  อะไรประมานนี้ ฮ่าๆ เกี่ยวมั้ยเนี่ย

 

   มีคนบอกว่า ทำงานเหนื่อยกว่าตอนเรียน แต่ทำไมเรารู้สึกว่า ทำงานไม่เหนื่อยเท่าตอนเรียน

อาจจะเพราะเรามีความสุขเวลาไปทำงานก้อได้นะ

     ความสุขในงานของเราเหรอ

              คือการได้เจอเพื่อนๆ พี่ที่ทำงาน ที่คุยสนุก มีเรื่องมากมายมาเล่าให้ฟัง

              คือการได้คุยกับคนไข้ แล้วคนไข้หัวเราะเวลาที่คุยกับข้าพเจ้า

              คือการได้รักษา และแนะนำข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้คนไข้หายจากโรคหรือดีขึ้น

             คือการที่ได้รู้เรื่องอะไรใหม่ๆมากมาย จากคนไข้       

             คือการนั่งลุ้นว่า พอรักษาเคสนี้เสร็จแล้ว เคสต่อไปจะได้รักษาใครน้า เป็นคนเดิมที่เราเคยรักษาป่าว เป็นคนเดิมที่คุยกับเราแล้วสนุกสนานป่าว

             คือการที่ประเมินคนไข้ซ้ำ แล้วพบว่าคนไข้มีอาการดีขึ้นจากการรักษา

             คือการที่คนไข้ ให้ทิป ฮ่าๆๆๆ  แล้วก้อซื้อขนม ข้าวมาให้  อันหลังได้บ่อย ฮ่าๆๆๆ

            คือการที่คนไข้ ชมว่า เราน่ารัก คุยสนุก ดูเป็นคนอารมณ์ดี อิอิ

             คือการได้นับเลข สามภาษา เวลาพาคนไข้ exercise ก้อมี ไทย อังกรึด แล้วก้อ อาหรับ

             คือการที่ คนไข้ชอบเรา อยากให้เรารักษาให้

             คือการที่ มีคนไข้เด็กอาหรับบอกว่าชอบเรา ให้ลูกอมหัวใจ แล้วบอก ไอ เลิฟ ยู ฮ่าๆๆๆ

             คือการที่คนไข้คุณป้าคนหนึ่งบอกว่า ชอบเรา ชาติหน้าขอให้ได้เราเป็นลูก ซื้อขนม ของกินมาให้เราประจำเลย ฮ่าๆ

             เยอะมั้ย ยังไม่หมดเลย

  ความสุข เล็กๆน้อยๆ ก้อทำเรายิ้มได้นะ ส่วนไอ้ที่ไม่มีความสุขเราจำไม่ได้อ่ะ เพราะมันไม่น่าจดจำ

               ความสุขจิงๆอีกอย่าง คือ  แม่ข้าพเจ้ามีความสุข ที่ไม่ต้องส่งตังให้เราแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ

                             

 

วิธีคิดให้ชีวิตมีความสุข

เสียงนาฬิกาปลุกตอนเช้า แสดงว่าเรายังมีชีวิตอยู่
ชีวิตที่ไร้คู่ แสดงว่าฉันอยู่คนเดียวได้
เดินทางไปทำงานไกล แสดงว่ายังไม่ตกงาน
มีข้าวกินหนึ่งจาน แสดงว่าไม่อดตาย
ได้รับคำบ่นจากนาย แสดงว่าต้องปรับปรุง
อ้วนลงพุง แสดงว่าต้องลดน้ำหนัก
ได้ยินเสียงจิ้งจกทัก แสดงว่าหูยังใช้ได้ดี
เสียเวลาอ่านเอกสารนี้ แสดงว่าท่านกำลังจะมีความสุข

 

วิธีทำให้ชีวิตมีความสุข

ถ้าคุณต้องการความสุขสักหนึ่งชั่วโมง จงนอน

ถ้าคุณต้องการความสุขสักหนึ่งวัน จงไปเที่ยวป่า

ถ้าคุณต้องการความสุขสักหนึ่งเดือน จงแต่งงาน

ถ้าคุณต้องการความสุขสักหนึ่งปี จงหาทางรับมรดก

ถ้าคุณต้องการความสุขตลอดชีวิต จงลงมือช่วยใครสักคน


 

     ถ้าคนเราเป็นแฟนกัน จะต้องรักกันเสมอไปมั้ย

คงต้องรักกันแหละเนอะ แต่อาจจะรักหลังจากเป็นแฟนก้อได้ใช่มั้ย

   แล้วปกติ

เราบอกรักกันบ่อยแค่ไหน

   บอกรักกันตอนไหน

เวลาบอกรักกันต้องมองตากันเสมอไปด้วยป่าว

   เวลาผู้ชายบอกรัก  ผู้ชายคิดอะไรอยู่

แล้วเวลาผู้หญิงบอกรัก คิดอะไรอยู่

  จะเป็นความรู้สึกเดียวกันมั้ยนะ

เมื่อไหร่ที่เราจะรู้สึกว่ารัก

    ตอนนี้มีอยู่สองอย่างที่วันนี้ข้าพเจ้าได้รับรู้

คือ

 อยากอยู่ใกล้ๆ

  และ

เป็นห่วง

 

 

 มีเหตุผล

อย่างอื่นอีกหรือป่าว

ที่จะรู้สึกว่า

   รัก

 

 

 

 

 

เธอรักฉันที่ตรงไหน - เจนนิเฟอร์ คิ้ม - ਹ¹Ôà¿ÍÃì ¤ÔéÁ

สรุปว่า เดือนนี้ เราก้อมีอารายทำ

คือทำงานนั่นเอง

เพราะคิดว่าคงได้เริ่มงานต้นเดือนหน้า

แต่โดนโทรตามมาทำตั้งแต่เดือนนี้เลย

     ทำงานวันแรกวันพฤหัสบดี  22 พฤษภาคม 2551

จำไปจนตาย ทำงานวันแรกในชีวิต แบบว่า ทำแล้วเป็นเงิน อ่ะ

ไม่ใช่ทดลองงาน ฮ่าๆๆ

     รวมแล้วเดือนนี้ ได้ทำงาน ทั้งหมด 7 วัน

ส่วนเดือนหน้า ทำทั้งหมด 19 วัน แต่อาจจะเพิ่ม ส่วนลดนั้นเป็นไปได้ยากมาก

   วันนี้กลับมาทำเอาแทบสลบเหมือนกัน แต่ดีที่มีกวยเตี๋ยวไก่ ข้าวโพด  เฉาก๊วย เครปญี่ปุ่น

ที่ต้องกินก่อนจะสลบไป อิอิ แบบว่า ไม่กิน ก้อนอนไม่หลับ อ่ะ

      ตั้งแต่ทำงาน รู้สึกว่ากินเยอะอ่ะ  ขนมที่ตุนไว้ในห้องจาหมดแล้ว

ยังไม่ได้ชั่ง น น  แต่พี่ที่ทำงานบอกว่า ดูเราน่าจะกินเก่ง ดูจากหน้า

ยังไม่ได้ถามต่อว่า ดูหน้าเราแล้วทำไมบอกกินเก่ง คือมานดูอ้วนๆ บวมๆ หรือยางงายย

เฮ่อๆ สงสัย

   พรุ่งนี้หยุดอีกแล้ว ช้อบๆ จาไปซื้อต้นไม้มาใส่ห้อง ห้องโล่งๆอยุ่ไม่เป็น

ต้องมีอาไร ให้ขัดหูขัดตา ที่อยากได้ยังมีอีกเยอะ เลย

   ยังไม่ได้คิดถึง ถ้าจาต้องย้ายออกจากห้อง นี้  อาจต้องใช้คนขนเกือบๆ สิบได้

เป็นโรค ต้องมีของในห้องเยอะ ตอนย้ายของจากหอที่มหาลัยจากลับบ้าน

แม่บอก จาย้ายหอหรือย้ายบ้านเนี่ยลูก คือห้องอื่นก้อขนออกเหมือนกัน

แต่หลายคนต่างอื้งในความอลัง ของๆ เรา เฮ่อๆ

     นอน นอน นอน

  


 

ข้าพเจ้าทำงานมาทั้งหมด 4 วันแล้วนะ

สนุกมากมาย บางวันแทบไม่ได้นั่งเลย คนไข้เยอะมาก

ความสนุกในงานของข้าพเจ้าเหรอ

คงอยุ่ที่ พี่ๆ เพื่อนๆ ที่ทำงาน คุยสนุก สบายๆ พี่ๆใจดีอ่ะ ช่วยสอนงานให้เรา

แล้วก้อพี่ๆกายภาพบำบัดที่นี่อ่ะ น่ารักมักๆ ขอบอก

อีกอย่างก้อ คนไข้

คนไข้ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนไข้อาหรับ  บางคนก้อพูดอังกฤษไม่ได้เลย นะ

ต้องใช้ล่ามภาษาอาหรับ  แต่บางคนก้อพูดได้นิดหน่อย

คนไข้อาหรับอ่ะ ถ้าเป็นผู้หญิง จะเรียกว่า ม่ะม๊า   ถ้าเป็นผู้ชายเรียก ป่ะป๊า

เราว่ามันน่ารักมากๆ เหมือนเรียกพ่อกะแม่ตอนเด็กๆอ่ะ ว่ามั้ย

              

                  แล้วก้อจะมีม่ะม๊าไชก้า จะชอบเรามากๆ ม่ะม๊าบอกว่าเราสวยด้วยนะ

ฮ่าๆ โม้สะหน่อย เวลาเจอกันทุกครั้งที่ม่ะม๊ามาทำกายภาพบำบัด ม่ะม๊าจะกอดแล้วก้อหอมแก้ม

รู้สึกดีมากเลย เหมือนได้กอดม่ะม๊าจิงๆ

     คนไข้อีกหลายๆคนก้อน่ารักค่ะ ช่วงนี้ก้อได้คำชมจากคนไข้ไป

แต่กอไม่ใช่ว่าจะทำดีหมดนะ ไอ้ที่เรายังทำไม่ค่อยได้ก้อมี

อย่างเมื่อวานเนี้ยะ ดึงหลังคนไข้ คือปกติเราจะไม่ค่อยได้ใช้เครื่องดึงหลังอ่ะ บางทีเวลา

เซต อาจจะยังไม่โอเค อ่ะ ปรากฎว่า สายรัดตกลงไปถึงเข่าเลย ฮ่าๆๆ แต่เวลามีปัญหาเงี้ยะ

คนไข้ก้อจามีอ๊อด ให้ดึงเรียกเจ้าหน้าที่ พี่เค้าก้อไปดู เลยโดนแซวเลย ว่า พี่ว่าพี่บอกให้ดึงหลังนะ

ไม่ใช่ดึงเข่า เอิ้กๆ  แฮ่  แต่พี่เค้าก้อไม่ถึงกะดุเลยนะ แล้วบอกจะสอนให้เรา ใหม่ ด้วย อืม ใจดีมากๆ

    ตอนนี้ก้อเดินไปทำงาน ไม่ต้องนั่งรถเมล์ ละ สบายหน่อย อพาร์ทเมนต์ที่เราอยุ่อ่ะ จะบอกว่า

มีพี่ที่แผนกพักที่นี่เยอะมากเลย รู้สึกอุ่นใจมากเลย เหมือนอยุ่เป็นครอบครัว บางวันที่เลิกงานพร้อมกัน

ก้อมีเพื่อนเดินกลับ

   ตอนนี้กะลังเห่อห้องใหม่ แต่งห้องไปเรื่อยๆ สนุกดี บางทีพอเลิกงานอยากรีบกลับห้อง คิดถึงห้อง

ฮ่าๆๆ เว่อมะ ก้อเห่อนิหน่า หุหุ

     วันนี้วันหยุด เลยมีเวลามานั่งเขียนบล้อค ที่หอมีไวเลสด้วย ดีมากเลย   ^_^

 

 

 

 

 

 

 

ที่ รพ จะมีคนไข้ผ่าเข่าเยอะมากเลย แล้วก้อมาเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวเข่า

ด้วยเครื่องContinuous Passive Motion [CPM]

อยากจะบอกว่า เราเพิ่งเคยใช้เครื่องนี้ตอนมาทำงานที่นี่แหละ หุหุ

 

ศูนย์กายภาพบำบัด ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู การกายภาพบำบัด

เครื่อง Short Wave

คลื่นสั้นจากเครื่อง Short Wave ช่วยลดการปวด และการอักเสบของข้อ หรือกล้ามเนื้อชั้นลึกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
 
 
 
 
 
เครื่อง Ultrasound
คลื่นที่ส่งออกมาจากเครื่อง Ultrasound ช่วยปรับสมดุลของเกลือแร่ในกล้ามเนื้อ และลดการอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว บรรเทาอาการปวด
 
 
 
ศูนย์กายภาพบำบัด ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู การกายภาพบำบัด
เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical Stimulator)
ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง และช่วยชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
 
 
ศูนย์กายภาพบำบัด ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู การกายภาพบำบัด
เครื่อง Traction สำหรับดึงคอและหลัง
ช่วยในการยืดกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ลดการกดทับของเส้นประะสาท ในกรณีที่มีกระดูกกดทับเส้นประสาท บริเวณหลังหรือคอ ใช้รักษา โรคปวดหลัง, ปวดคอ, ปวดไหล่
 
 
เหลืออีกหลายเครื่องเลย เอาแค่นี้ก่อนนะ

งง ละเซ่ หุหุ

ทำงานแล้วนะ

ที่

รพ เวชธานี

ได้ สองวันแล้ว

แบบว่า

ง้ง งง

พอจาได้งาน

ก้อได้ปุ๊บปั๊บ

แบบว่า

ไปทดลองงาน

สองวัน

วันต่อมา

โทรมาตามไปทำงานเลย

อะไร

จะรวดเร็ว

ขนาดนั้น

ทำงาน

แล้ว

เปนแบบนี้นี่เอง

สนุกดี

มีอะไรขำขำ

มากมาย

ชอบที่นี่

แฮปปี้

กับการทำงาน

ดีจังเลย

ขอบคุน

เพื่อนๆ

มัลติพลาย

ที่ให้

กะลังจัย

เอาใจช่วย

มาตลอด

ที่มา

คอมเมนท์

ขอบคุนมาก

มายค่ะ

 


Photobucket

 

 

แอบลุ้นเหมือนกันว่าตัวเองจะสอบผ่านทุกวิชา

แต่ก้อมีกลัวๆอีกนั่นแหละ ว่ามีหนึ่งวิชาที่จะไม่ผ่าน

แต่ผลออกมา ก้อผ่านทุกวิชา หุหุ ลั่นล้าๆๆๆๆๆๆๆ

   ตอนนี้ก้อถือว่า เป็นนักกายภาพบำบัดเต็มตัวแว้วนะ

ติดต่อน้องไผ่ไปทำกายภาพบำบัดที่บ้านได้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้อัมพาตค่ะ

ที่ไปรักษาที่บ้าน

    จิงๆแล้ว หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบรักษาคนไข้อัมพาตนะ เพราะมันเหนื่อย

แต่แปลกที่ ตัวเองกลับชอบ อาจจะเพราะประทับใจในการที่เราเคยรักษาที่ผ่านมา

ที่ทำให้คนไข้นั่งไม่ได้ แล้วนั่งได้  ยืนไม่ได้แล้วยืนได้ หรือเดินไม่ได้แล้วเดินได้

แล้วก้อมีคนใกล้ตัว ที่เราได้รักษา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเราเองที่เป็นอัมพาตทั้งแขนขา

ซึ่งตอนนี้ กลับมาเดินได้แล้วแม้ว่าอาจจะไม่สมบูรณ์นัก แล้วก้อเพื่อนพ่อเรา ที่เป็นอัมพาตครึ่งซีก

ตอนนี้ก้อกลับมาขับรถได้เหมือนเดิม กับคนไข้ๆอีกหลายๆ ที่เค้ารู้สึกดีทุกครั้ง ที่ได้พบนักกายภาพบำบัด

เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง ในวิชาชีพ ของข้าพเจ้า คนไข้อัมพาตเป็นคนไข้ที่มีความสะเทือนใจค่อนข้างมาก

 ก้อลองคิดดูว่า ถ้าวันหนึ่ง เราแขนขาอ่อนแรง เคยทำงานได้ แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย อีกทั้ง

ต้องเป็นภาระให้คนรอบข้าง  อืมม  แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อจิตใจ

      ข้าพเจ้าทำงานวิจัยเกี่ยวกับผู้ป่วยอัมพาตด้วย ข้าพเจ้าก้อได้คุยกับคนไข้ค่อนข้างเยอะ

คิดว่าพอที่จะเข้าใจความรู้สึกผู้ป่วยบ้าง

   เรากะลังพูดถึงเรื่องสอบ มานี้ได้งัยวะเนี่ย หุหุ

นั่นแหละ

       เอาเป็นว่า สอบผ่านแว้ว ต่อไปก้อทำงานได้เต็มที่ละนะ


Blog Entryขอบคุณ เวชธานีMay 15, '08 1:13 AM
for everyone

เมื่อวานนี้ไปสัมภาษณ์งานที่ เวชธานี มาค่ะ รู้สึกประทับใจมากเลย

ทั้งพี่หัวหน้าแผนก คุณหมอ ที่สัมภาษณ์ เป็นกันเอง ใจดี แล้วก้อคุยกันค่อนข้างเคลีย

ไม่ใช่ให้เรารองานไปเรื่อยๆ

    พี่เค้าให้เราทำเป็น part time ไปก่อน แล้วรอตำแหน่ง ซื่งก้อจะเลือกจากคนที่ทำ part time นั่นแหละ

โดยจะมีข้อดีที่ว่า เราอาจเลือกงานที่อื่นได้ ระหว่างที่เราทำที่นี่ ซื่งคนที่ทำอยุ่ก่อนอ่า ที่ทำ part time 

เหมือนทำเกือบทุกวันเลย วันละแปด ชม เหมือนงานประจำ ฮ่าๆ แปลกดี แต่ก้อดีนะ

   ที่นี่มีรุ่นพี่มอเราด้วย แต่ยังไม่ได้เจอ วันจันทร์กะอังคารที่จะไปลองงาน ก้อคงได้เจอ

ที่นี่น่าอยุ่ค่ะ จากสภาพแวดล้อมทุกอย่างๆ ทั้งบุคลากร

    เดือนนี้ยังไม่รู้ว่าจะได้ทำป่าว ก้อขึ้นกะคนไข้ว่าเยอะมั้ย ถ้าเยอะพี่เค้าก้ออาจจะจัดให้ลงในเดือนนี้เลย

แต่ถ้าไม่ ก้อเริ่มเดือนหน้า งั้นก้อไปรักษาที่นี่กันเยอะๆนะ ฮ่าๆ

  รู้สึกว่า ทางแผนกมีแพลนเปิดศูนย์เกี่ยวกะคนไข้ทางสมอง

เป็นฟิลที่เราชอบแล้วก้อเรียน advance ด้านนี้มาพอดีเลย อยากทำตรงนี้ แต่ก้อไม่รุ้จะได้มั้ย

ก้อต้องลองดู

      ที่ผ่านมา สมัครงานมาเยอะเหมือนกัน ก้อสนุกดีนะ ให้อะไรหลายอย่าง

                   ให้เห็นข้อผิดพลาด ของเรา

                   ทำให้รู้ว่า ใจเย็นมากไปก้อไม่ดี

                  ทำให้รุ้ว่า อย่าเลือกงานมาก 

                     ติดต่อรุ่นพี่เพื่อนฝูงให้มากๆ

                 ทำให้รู้ว่า ข้าพเจ้า เดินมากว่าเดิม 5 กม ต่อวัน

                 ทำใหรู้ว่า เดินเร็วขึ้นกว่าเดิม ประมาน 20 ก้าวต่อนาที

                   ทำให้เท้าข้าพเจ้าเป็นแผลรอบเท้าเลย จากรองเท้ากัด

                  ทำให้รุ้ว่า ต้องติดพาสเตอร์ก่อนใส่รองเท้าคู่ใหม่ 

                  ใส่รองเท้าแตะก่อนก้อได้ พอจะเดินเข้า รพ ค่อยเปลี่ยน

                   นอกจากนี้

                       ให้ประสบการณ์ด้านการสัมภาษงาน สัมภาษหลายที่น่ก้อดีเนอะ

                         หลังๆ ไม่ตื่นเต้นเลย สบายๆ พูดอะไรดีดีได้มากขึ้น คุยสนุก หุหุ

                     ทำให้ข้าพเจ้านั่งรถเมย์เองเป็น แต่ช่วงแรกก้อมีคนคนหนึ่งพาไป หุห

                     ขอบคุนมากๆนะ

                                 พรุ่งนี้ประกาศผลสอบใบประกอบโรคศิล หลังจากที่ถูกเลื่อนอยุ่แค่ มอเดียว

บ้านนอกเจงๆ ฮ่าๆ ถ้าข้าพเจ้าผ่าน เรียกข้าพเจ้าไปรักษาที่บ้าน(case home)ได้เลยนะ

         มีใบประกอบโรคศิลแล้ว เอิ้กๆ

 

                

                  


วันนี้ประกาสผล สอบใบประกอบโรคศิล 

จิงๆ เลื่อนมาจากวันที่28 เมษา แล้วนะ

เมื่อเช้าเปิดดู รหัสเรา 3 ตัวสุดท้ายยย

กรี้ดดดด  ไม่ผ่านอ่า

แต่

มาดูใหม่

อ่อ

รหัสด้านหน้า

มานผิด

เฮ่อๆ ดูผิด

แล้วก้อเลื่อนๆ ลงมาหารหัสตัวเอง

ปรากฎว่า....

 เอกสารไม่ครบ เลื่อนประกาศไปวันที่ 10 ก่า

เซง

เป็ด

ทางคณะ ส่งใบรับรองจบไป แต่ไม่ได้ส่งใบจบ จิงไป

งง

ทำไม

ไม่ส่งตัวจิง

จาบร้าตาย

รอผลไปอีก

จาสมัครงานที่ไหน ก้อกลัวๆ

เพราะไม่รุ้ว่าผ่านมั้ย

บาง รพ ต้องเอาใบนี้ ถึงรับ

โอ้ย

รายว้า

ก้อ สมัครไปเรื่อยๆ

เล่นๆ นอนๆ กินๆ

ชีวิต สบายเจงๆ

ถามเพื่อนๆ ที่ได้ทำงานแล้ว

ก้อ หนักเหมือนกัน

ถ้าเราได้ทำงาน จะมีเวลามานั่งเล่น มัลติพลายแบบนี้มั้ยเนี่ย

คง ไม่

อ่ะนะ

อิอิ

ช่วงนี้ก้อเล่นไปก่อง

 


Image Hosted by ImageShack.us

 

ทำไมวันนี้รู้สึกตัวเองซึมๆจัง โดยเฉพาะตอนนี้

วันนี้ข้าพเจ้าไม่รู้จาทำออะไร นอนดูหนังเกาหลีที่ห้องทั้งบ่ายเลย

ตอนเย็นไปส่งน้องที่โรงเรียนปทุมคงคาไปเข้าค่ายสิ่งแวดล้อม  แล้วก้อไม่รู้จาไปไหนต่อ

ข้าพเจ้าเดินออกมาจาก รร มาที่ป้ายรถเมย์ นั่งอยุ่ที่นั่นประมาณครึ่งชม รู้สึกล่องลอยจัง

มองดูอะไรๆ ที่ผ่านไปผ่านมา ทำไมรู้สึกน้ำตามันจาไหลออกมานะ แต่ไม่หรอกเก็บมันไว้ข้างในแหละดี

แล้ว ปล่อยออกมาก้อเท่านั้น ไม่มีใครมารับรู้

    ข้าพเจ้าเดินจากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย กลับบ้านที่ รพ เพชรเวท แต่เดินไม่ถึงหรอก

เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนถึงบิ๊กซี  นี่เป็นครั้งแรก ที่ข้าพเจ้านั่งกินไอติมคนเดียว

อร่อยดีนะ แต่ทำไมกินไอติมครั้งนี้ข้าพเจ้าไม่มีความสุขเหมือนทุกครั้งที่ข้าพเจ้ากินนะ

แล้วข้าพเจ้าเดินต่อไปอีกเรื่อยๆ

วันนี้ข้าพเจ้าไม่กินข้าว เพราะ

ข้าพเจ้าไม่อยากนั่งกินข้าวคนเดียว 

 

   ข้าพเจ้าเป็นอะไรไป

   ตอนนี้น้ำตาแทบจาไหลออกมา

   ทำไมข้าพเจ้ารู้สึกซึมๆ   ล่องลอยจัง

   ข้าพเจ้าควรจะทำยังงัยดี


Photobucket Photobucket

วันนี้ไปออกรอบกะพี่ชายที่สนามกอล์ฟที่นครปฐม

สวยดี น่าไปถ่ายรุป อิอิ

   เล่นไม่เปนหรอก แต่อยากไปขับรถกอล์ฟ เอิ้กๆ เป็นการหัดขับรถไปในตัว

ไปกะเพื่อนพี่ชาย แล้วก้อเจ้านายเก่า supplyer (เขียนถูกป่าวหว่า)  อืม นั่นแหละ

คือก้อเรียกๆเฮียสะส่วนมาก ฮ่าๆ แก่แล้วว่างั้นเถอะ แต่สนุกดี

ตอนแรกก้อนั่งดูไป แล้วก้อขับรถเล่นไป  ขับครั้งแรก เกือบพาเพื่อนพี่ชายกะ caddy ชนต้นไม้ตาย ฮ่าๆ

ลุ้นกันตัวแข็ง ก้อเราเพิ่งเคยขับครั้งแรกอ่ะ ขับรถยนต์ก้อไม่เปง ฮ่าๆๆ ตกใจเหยียบคันเร่ง

ไม่เหยียบเบรก เอิ้กๆ  ดีที่เลี้ยวหลบทัน จิงๆแล้ว หลบมาสองรอบ รอบแรกหลบต้นไม้ใหญ่

พอหลุดจากต้นไม้ใหญ่มา กะลังถอนหายใจเฮือก ยังไม่ทันจะถอน ต้องสูดเข้าไปใหม่ เพราะเรากะลัง

พุ่งสู่ต้นไม้เล็กข้างหน้า ฮ่าๆๆ เฉียดไปนิดเดียว เกือบได้เสียตังวุ้ย เท่าไหร่จำไม่ได้

จำได้แต่ตกน้ำ เสียห้าหมื่นสี่ มีเคยตกมาแล้วด้วย พี่ caddy บอก

    พอช่วงหลังๆ เริ่มเบื่อๆ เลยเดินๆตามพี่ๆเล่นมั้ง  ก้อได้พี่ caddy นี่แหละ มาสอนตีกอล์ฟให้

แล้วก้อเพื่อนพี่ชายสอนเพิ่มให้อีก ตอนนี้ตั้งท่าเปนแล้วนะ ฮ่าๆๆ  ส่วนตีลูกก้อโดนมั่งไม่โดนมั่ง 55

แต่รอบหน้าคงหัดกะพี่ด้วย ตอนพี่เค้าไปไดร้  เหงบอกจาไปที่ RCA คงได้เพื่อนพี่ชายแหละ มาหัดให้

สนุกดีเหมือนกันแฮะ ไปตีกอล์ฟเนี่ย  แต่เหนื่อยใช้ได้ นี่ขนาดนั่งรถนะเนี่ย กะลองตีนิดๆหน่อย

แปบเดียวก้อได้เหงื่อแระ 

   เราไปเล่นตั้งแต่บ่ายโมง เล่นทั้งหมด 18 หลุม เสร็จก้อหกโมงก่าๆ งืมๆ ที่เล่นดีสุดของกลุ่มเรา

 เล่นได้ 90 ครั้ง

ส่วนพี่เราทำไป 122 ครั้ง ได้แต่ double กะ triple ฮ่าๆๆ  เหงบอกเพิ่งออกรอบครั้งที่สามเอง

อยากเล่นเป็นเร็วๆ จาได้ไปออกรอบมั่ง แต่เล่นเสร็จ คงดำเลย เพราะดูจากเฮียๆพี่ๆ ละ เฮ่อ ๆ

เหงความแตกต่างชัดเจน ตอนมากะตอนกลับ อ่ะนะ

  เล่นเสร็จไปกินข้าวต่อ กว่าจะกลับถึงห้องเกือบห้าทุ่มเลย เหนื่อยใช้ได้

      ช่วงนี้ว่างจิงๆ เลยเราเนี่ย โฮะๆ

Photobucket Photobucket แฮ่ๆ เหนื่อยแว้วว

มานั่งรอผลสอบใบประกอบโรคศิล ประกาศวันนี้ แต่ก้อยังไม่ประกาศซักที

ได้ข่าวมาจากรุ่นพี่ว่า ไม่ผ่านเกือบร้อยคน จาก ประมานห้าร้อย

เห้ออออ กัวเจงๆ ไม่ผ่านนี้เครียดเหมือนกัน ไม่อยากสอบใหม่

วันนี้เราพลาดงานไปแล้วหนึ่งงาน  พี่บอกว่าเราใจเย็นไปที่ไม่โทรบอกเค้าว่าจะทำแน่

ก้อนะ เราไม่ตัดสินใจเด็ดขาดเองแหละ ด้วยความที่รองาน จากที่อื่นด้วย เลยไม่ได้โทรไปยืนยันสักที

เอาเถอะ เราอาจจะได้ที่ที่ดีขึ้น 

 ตอนนี้ลูกขออธิษฐาน เพื่อให้ลูกรู้สึกดีขึ้น

 

 

           " ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย พระองค์ผู้ทรงวางแผนการอันเลิศ

ประเสริฐไว้สำหรับมนุษย์ทุกคนแล้ว และน้ำพระทัยของพระองค์จะสำเร็จแน่นอน ข้าพระองค์

ประจักษ์ในจิตใจว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระเจ้าจะทรงกระทำไม่ได้ เมื่อชนชาติของพระองค์ตกอยู่ใน

ภาวะคับขันจนมุมพระองค์ช่วยแก้ปัญหา  เมื่อพวกเขาหลงผิดพระองค์ทรงช่วยตีสอนและนำพวกเขา

ออกมา  ข้าพระองค์จึงมั่นใจว่าพระองค์จะไม่ทอดทิ้งข้าพระองค์ให้จมอยู่ในปัญหา

แต่จะทรงช่วยกู้ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ ข้าพระองค์รอคอยด้วยใจสรรเสริญ และ

ด้วยความไว้วางใจ "

   

   

   


Blog Entryกลับบ้านApr 26, '08 9:17 AM
for everyone

ตอนนี้กลับบ้านที่อุบล แว้ว

หลังจากที่เหนื่อยๆกะการหางานและการเดินทาง ในกรุงเทพมหานคร โอยยย  นั่งรถนานจิงๆ

กลับมาบ้านนี้สบายมากเลย อยุ่เฉยๆให้แม่เลี้ยงยังได้ ฮ่าๆ

แต่ก้อนะ อยุ่แบบนี้ได้ไม่นานหรอก เบื่อตาย เพราะเปนพวกอยุ่เฉยๆไม่เปน ไปอยุ่กะพี่ที่คลองตัน

ยังโดนมันด่า ว่ามีวันไหน ไม่ออกจากบ้านมั่งมะ เฮ่อๆ เวลามีน้อย อยากทำโน่น ทำนี่ ไปเรื่อย

อ่ะนะ  ยังไม่ได้ไปเที่ยวอีกหลายที่เลย ที่ทำงานเพราะอยากมีตังไว้เที่ยวเอง หุหุ

  จิงๆแล้วกลับบ้านมาขนของไปอยุ่ที่กรุงเทพแหละ  เพราะคงทำงานที่คลินิค ของอาจารแถวลาดพร้าว

จิงๆ ไม่เชิงทำงานหรอก แต่เหมือนไปเรียนหนังสือมากกว่า ไปฝึกงานอะไรประมานนี้

ก้อหาความรุ้กะประสบการณ์ไปก่อน ว่างเยอะดี จาได้มีเวลาทำอะไรที่อยากทำ เงินเดือนที่ได้

ไม่พอหรอกสำหรับการใช้ชีวิตอยุ่ของข้าพเจ้า ก้อขอแม่กะพ่อเพิ่มถ้าไม่พอ แต่คงทำ part time กะ

case home ถ้ามี จะได้ไม่ต้องขอตังพ่อแม่   เปนเดะดี หุหุ

    เก็บของต่อแระ

   

 


Blog Entryเรื่องจริงApr 20, '08 3:22 PM
for everyone

ข้าพเจ้านั่งคิดอยุ่นานเหมือนกัน ก่อนที่จะเริ่มพิมพ์ เพราะไม่รู้ จะเริ่มต้นว่าอะไรดี



รู้สึกดีที่มีคนคนหนึ่ง

รู้สึกดี เวลาที่เดินข้างๆกัน

รู้สึกดีเวลาที่ไปด้วยกัน

รู้สึกดี ที่เขาจับมือข้าพเจ้าไว้



วันนี้ข้าพเจ้ามีความสุข

แต่ข้าพเจ้าก้อไม่ได้คิดว่า ต่อไป ข้าพเจ้าจะยังคงมีความสุข และรู้สึกดีแบบนี้เหมือนเดิมมั้ย

แต่อย่างน้อย ข้าพเจ้าก็ได้อยู่ในความรู้สึกดีดี ในช่วงเวลานี้

อยากเป็นแบบนี้ไปตลอดจัง จะเป็นไปได้มั้ยนะ



นี่เปนครั้งแรกที่ตื่นมาตอนเช้า แล้วเห็นทะเลสวยๆ มีคนกะลังตกปลา มีเรือที่แล่นอยุ่บนท้องทะเล

เช้านี้ข้าพเจ้าอยุ่ที่เกาะสีชัง มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนแรกที่เห็นในเวบ คิดว่าที่นี่คงเปนเกาะไม่ใหญ่       

คนอยุ่ไม่เยอะ คงเปนธรรมชาติมาก แต่ผิดเลย มีคนอยุ่เยอะมาก  เป็นเมืองๆหนึ่งเลยทีเดียว  ข้าพเจ้าอ่านในเวบ

ก่อนที่จะมา เค้าบอกว่ามาดื่มด่ำกับธรรมชาติอันเงียบสงบ และไม่ควรมาสังสรรกินเหล้า ประมานนี้

แต่เมื่อคืนนี้ ออกไปกินข้าวประมาณสี่ทุ่ม  โอ้ว ทำไมเกาะนี้ มีวงเหล้าเยอะขนาดนี้  ทั้งผู้หญิงผุ้ชาย

งงเหมือนกัน  เค้าอาจจะไม่มีอะไรทำก้อได้อ่ะนะ  แต่ที่นี่ก้อสวยดีนะ ไม่ได้เล่นน้ำเลย เพราะถ่ายรุปเรื่อยๆ

  นี่คงเปนการมาเกาะครั้งแรกก้อได้มั้ง เพราะปกติ ก้อไปแบบทะเลอย่างพัทยา หรือที่ระยอง

บ่ายๆคงกลับกรุงเทพแระ ทำอารายต่อดี แต่วันเสาร์อาทิตย์มีไปถ่ายรุปทั้งสองวันเลย

ง่วงจัง

 


เมื่อวานไปสัมภาษงานวิชัยยุทธ มา แบบว่า ค่อนข้างเร่งด่วน

โทรมาบอกตอนวันอังคารเกือบสองทุ่ม  แล้วไปสัมภาษ 8 โมงเช้า

ก้อบอกว่า สัมภาษ แล้วก้อปฏิบัติ อืม เราก้อโอเค ไปตั้งแต่ หกโมงเช้า ก่าๆ

ไปผิดตึกอีกแหน่ะ  แต่ก้อได้สัมภาษ โดนซักไปประมานเกือบ 40 นาที ถามไปเรื่อย

   ทีนี้พอช่วงบ่าย สอบปฏิบัติ โอ้วว  แม่เจ้า อยากกี้ดด  ฟิล แรกอ่ะ ได้ chest ก่อนเลย

โจทย์มาเป็นภาษาอังกรึด ก้องงนิดหน่อย แต่พอจับใจความได้  คือ ถามเยอะมากแล้วอยากด้วย

ให้วิเคราะค่าทีละตัว ถามพยาธสภาพ กลไก ทุกอย่างเกี่ยวกับคนไข้

  โอ้ย จะจำได้มั้ยเนี่ย เราไม่ได้แตะ chest เกือบปี เลย ก้อตอบได้มั่งไม่ได้มั่ง

ส่วนอีกสองอัน เกรงๆ ก้อรุ้สึกทำไม่ค่อยสมบูรณ์  เราไม่ค่อยเข้าใจ จุดประสงค์ ว่าต้องการให้ทำแค่ไหน

พอเสร้จทั้งหมด 3 ฟิล ยังให้เขียนสรุปอีก เหมือนเขียนรายงานเคสคนไข้ 3 ฉบับอ่ะ โอ้ว แม่เจ้า ตอนเรียน

ยังเขียนแค่ วันละฉบับเอง  อันนี้ สามฉบับ ใน ชม ก่า ได้มั้ง

 

 


Pages:123
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help