สาระดีดี ในบ้าน

ReviewReviewReviewReviewReviewexercise 10 ท่าลดพุง Jul 19, '08 11:32 AM
for everyone
Category:Other
10 ท่าลดพุง

วันนี้มีท่าในการลดพุงของคุณมาให้ทำกัน 10 ท่า เริ่มจากทำท่าเหล่านี้ท่าละ 10 ครั้ง ต่อวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ

ท่าที่ 1

Photobucket
ท่าที่ 2

Photobucket

ท่าที่ 3

Photobucket

ท่าที่ 4

Photobucket

ท่าที่ 5

Photobucket

ท่าที่ 6

Photobucket

ท่าที่ 7

Photobucket

ท่าที่ 8

Photobucket

ท่าที่ 9

Photobucket

ท่าที่ 10

Photobucket




ขอบคุณข้อมูลดีดี http://www.ladytip.com/main/content/view/70/75/




ReviewReviewReviewReviewโรคปวดเข่า Apr 26, '08 2:51 PM
for everyone
Category:Books
Genre: Health, Mind & Body
Author:i
อาการปวดเข่า


ปวดเข่า เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้

ตามปกติ โดยเหตุที่ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักตัวเกือบตลอดเวลา รวมทั้งอุปนิสัยของคนไทยที่ใช้

เข่าในท่าพับงอ เช่น นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือการนั่งยอง ๆ จึงเกิดความเสื่อม

ของกระดูกอ่อนเร็ว การชลอความเสื่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงและความสามารถ

ปฏิบัติได้ หากได้รับการแนะนำในเรื่องการใช้เข่าให้ถูกต้อง การบำรุงรักษาสุขภาพ และการ

บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า จะช่วยขจัดปัญหาอาการปวดเข่าเรื้อรังและการติดยาของผู้ป่วย


Photobucket


สาเหตุข้อเข่าเสื่อม

1. น้ำหนักตัวมาก

- อายุเกิน 40 ปี
- การยืนหรือนั่งงอเข่านาน ๆ
- การมีลักษณะเข่าโก่งออกนอกหรือโค้งเข้าใน
- จากสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอ่อนแรง เช่น ได้รับบาดเจ็บ
- ปัจจัยส่งเสริมอื่น ๆ เช่น ขาดอาหาร หญิงวัยหมดประจำเดือน การได้รับยาฉีดเข้าข้อ โรคข้ออักเสบจากสาเหตุอื่น เช่น โรคเกาส์ โรครูมาตอยด์ ฯลฯ


อาการ

- ปวดรอบเข่า นั่งแล้วลุกลำบาก หรือ ปวดมากเวลาเดิน
- บวมและร้อนรอบเข่า
- ในรายที่เป็นมากแม้เคลื่อนไหวโดยไม่ลงน้ำหนัก หรือขณะพักอยู่นิ่ง ๆ ก็ปวด
- สภาพเข่าโก่ง หรือโค้งผิดรูปมากขึ้น




การป้องกัน

- ลดน้ำหนักตัว โดยควบคุมอาหาร

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ผัก ผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น แตงโม ชมพู่ สับประรด ส้ม มะละกอ พุทรา และฝรั่ง หลีกเหลี่ยงอาหารรถจัด อาหารมัน อาหารที่ทำจาก แป้ง กะทิ ขนมหวานต่าง ๆ และผลไม้รสหวานจัด เช่น เงาะ ทุเรียน องุ่น มังคุด ละมุด ลำไย น้อยหน่าและมะม่วงสุก

- รับประทานอาหรให้เป็นเวลา ครบ 3 มื้อ รับประทานอาหารพออิ่ม ไม่รับประทานอาหารจุกจิก และดื่มน้ำบ่อย ๆ

- หลีกเหลี่ยงการนั่งกับพื้น การนั่ง งอเข่า ชันเข่า นั่งพบเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่ง ยอง ๆ และเวลาขับถ่ายควรใช้ส้วมแบบนั่ง หรือใช้เก้าอี้เจาะรูวาง

- หลีกเหลี่ยงการขึ้นที่สูง การขึ้นบันได้ บ่อย ๆ การยืนหรือการเดินนาน ๆ

- ออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ถึงแม้ในปัจจุบันยังไม่มีอาการปวดเข่า




วิธีการบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า

1. ประโยชน์
1.1 ทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรง
1.2 ป้องกันการอักเสบ และ ชะลอความเสื่อมของเข่า
2 หลักการบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
2.1 เป็นการบริหารโดยการเกร็งกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า มีวิธีการบริหาร 4 ท่า ในแต่ละท่า ทำประมาณ 10 ครั้ง ในเข่าแต่ละข้าง ดังจะได้อธิบายต่อไป
2.2 ไม่บริหารอย่างเร่งรีบ หรือหักโหม ควรบริหารอย่าง ช้า ๆ ด้วยความตั้งใจ บริหารทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น
2.3 ในแต่ละท่าการบริหาร จะบริหารเข่าที่ละข้างหรือสองข้างพร้อมกันก็ได้ ควรบริหารทั้ง สองข้าง ถึงแม้จะมีอาการปวดเข่าเพียงข้างเดียวก็ตาม
2.4 ไม่มีน้ำหนักกดที่เข่าขณะบริหาร
2.5 งดการบริหารขณะมีอาการปวดเข่ามาก ควรพักและใช้เข่าเท่าที่จำเป็นและให้เริ่มบริหารเมื่ออาการปวดเข่าทุเลาลงแล้ว


วิธีการบริหาร

ท่าที่ 1 นอนหงาย ศรีษะหนุนหมอนเหยียดขาตรงบนพื้นราบ เกร็งกล้ามเนื้อรอบเข่า โดยขณะเกร็งใต้ท้องเข้าจะสนิทแนบกับพื้นตลอดเวลา เกร็งค้างไว้นาน 6-10 วินาที หรือนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ ช้า ๆ ขณะเกร็งจะกระดกข้อเท้าขึ้นด้านบนด้วยก็ได้


ท่าที่ 2 นอนหงาย ศรีษะหนุนหมอนใช้หมอนข้างหรือหมอนหนุนศรีษะอีกใบหนึ่ง วางไว้ใต้เข่า ออกแรงต้นกดขากอดหมอนนี้ไว้ พร้อมกับเกร็งเหยียดส่วนของขาใต้เข่าให้ตรง เกร็งค้างไว้นาน 6-10 วินาที หรือนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ (ท่านที่มีอาการปวดหลังไม่ควรบริหารท่านี้)


ท่าที่ 3 นั่งบนเก้าอี้หลังพิงพนักพิง เท้าวางราบกับพื้น หรือวางเท้าบนม้านั่งตัวเล็ก ๆ เพื่อไม่ให้เข่างอมาก เริ่มบริหารโดยวางต้นขานิ่ง ๆ บนเก้าอี้ พร้อมกับเกร็งเหยียดส่วนของขาใต้เข่าให้ตรงในระดับแนวตะโพก เกร็งค้างไว้นาน 6-10 วินาที หรือนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่และเริ่มบริหารใหม่


ท่าที่ 4 นั่งบนเก้าอี้ หลังพิงพนักพิงไขว้ขาสองข้างซ้อนกัน โดยให้ขาข้างหนึ่งข้างใดอยู่ด้านบนก่อนก็ได้ แล้วออกกำลังเกร็งกดขาสู้กัน เกร็งสู้กันไว้นาน 6-10 วินาที หรือนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่สลับบริหารเข่าทั้งสองข้าง



การรักษา

- การรักษาทางยา ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ ไม่ซื้อยาใช้เอง เพราะยาที่ใช้จะเป็นยาแก้ปวด เมื่อใช้ไม่ถูกวิธี จะเกิดปัญหาต่อสุขภาพผู้ป่วย เช่น เกิดแผลในกระเพาะอาหาร โลหิตจาง หรือมีอาการแพ้ยา
*** การทำกายภาพบำบัด เพื่อคงการเคลื่อนไว้ของเข่า และลดการอักเสบ
- การรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของแพทย์ในผู้ป่วยแต่ละราย การผ่าตัดมี 2 วิธี คือ
1. การผ่าตัดกระดูกขาให้ตรง
2. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และใส่ข้อเข่าเทียม




ข้อมูลจาก http://www.thairunning.com/pain_knee_ramahospital.htm

ด้วยความหวังดี จากน้องไผ่ น้าค้าบบบ
กายภาพบำบัด KKU


ReviewReviewReviewReviewอาการปวดหลังMar 29, '08 10:22 AM
for everyone
Category:Books
Genre: Health, Mind & Body
Author:http://www.thaiclinic.com/backexercise.h



Photobucket



สาเหตุ อาการปวดหลัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

1. ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

2. การใช้งานหลังที่ผิด

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลังได้บ่อยที่สุด เกิดจากการทำงานที่ใช้หลังอย่างผิดวิธี เช่น การยกของหนักมาก ๆ ขึ้นจากพื้นในท่าก้มหลัง การดันของหนัก ๆ เช่น

โต๊ะ ตู้เตียง การนั่งก้มหลังทำงานนาน ๆ การนั่งขับรถเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาทันทีหรือในวันสองวันหลังจากนั้น

ซึ่งแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ

2.1 อาการปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้อหลังเป็นส่วนที่ช่วยให้กำลังและความแข็งแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ยืน เดิน และ ยกของ

กล้ามเนื้ออักเสบเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อทำงานหนักมากเกินไปหรือใช้งานผิดท่า ซึ่งมีปัจจัยที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้น

ได้แก่ การใช้งานไม่เหมาะสม อ้วน การสูบบุหรี่ เมื่อเกิดกล้ามเนื้อหลังอักเสบจะทำให้ ปวด หลังแข็งเกร็ง ขยับเขยื้อนหลังไม่ได้

อาจมีอาการตัวเอียง เดินลำบาก มีแนวทางรักษาดังนี้

- การนอนพัก ในท่าที่สบาย เช่น ท่านอนหงาย เข่างอเล็กน้อย โดยใช้หมอนใบเล็ก ๆ รองใต้เข่า หรือนอนตะแคงกอดหมอนข้าง

หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำเพราะทำให้หลังแอ่น และปวดมากขึ้น แต่ไม่ควรนอนพักนานเกินกว่า 2 – 4 วัน เพราะทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอมากขึ้น

และ หายช้ากว่าปกติ ยิ่งลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้เร็วเท่าไร อาการปวดหลังก็จะดีขึ้นเร็วเท่านั้น

- ให้ยารักษาตามอาการ ได้แก่ ยาลดความเจ็บปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ

- การทำกายภาพบำบัด

2.2 หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูก เป็นตัวทำให้เกิดความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง และให้ความมั่นคงแข็งแรงกับสันหลัง เมื่ออายุมากขึ้น

ส่วนประกอบที่เป็นน้ำภายในหมอนรองกระดูกจะลดลง ทำให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นลดลง ถ้ามีแรงมากระทำต่อหมอนรองกระดูกในลักษณะเฉียง ๆ

(ซึ่งมักจะเกิดในท่าก้มลงยกของหนัก) จะทำให้หมอนรองกระดูกแตก และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ทำให้ปวดหลัง

ในผู้ป่วยบางราย หมอนรองกระดูกที่แตกออกมาจะไปกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดหลัง ร่วมกับมีอาการปวดร้าวไปที่ขา ขาชา หรือ ขาอ่อนแรง ร่วมด้วย




ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้ โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีวิธีการรักษาคือ

- นอนพัก แต่ไม่ควรนอนพักนานเกิน 2-3 วัน

- รับประทานยาแก้ปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินบีบำรุงเส้นประสาท

- ทำกายภาพบำบัด เช่น การดึงหลัง การอบหลังด้วยความร้อน หรือคลื่นเสียงอัลตร้า

- การออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง ให้แข็งแรง

การผ่าตัดถือว่าเป็นวิธีรักษาวิธีสุดท้าย ซึ่งจะผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น ปวดมากจนรบกวนต่อการดำเนิน-ชีวิตประจำวัน และรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด แล้ว ไม่ดีขึ้น หรือ ไม่สามารถกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ

3. การติดเชื้อ

4. กระดูกสันหลังเสื่อม

เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกสันหลังก็จะเสื่อมโทรมลงตามธรรมชาติ ซึ่งอาจแบ่งอาการของกระดูกสันหลังเสื่อม เป็น

ระยะข้อต่อหลวม เมื่อข้อเริ่มเสื่อมถึงจุดหนึ่งความแข็งแรงของข้อต่อกระดูกสันหลังจะลดลง ทำให้มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อมากขึ้น (ข้อต่อหลวม)

ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ในช่วงเริ่มต้นมักจะมีอาการเวลาขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบท เช่น นอนแล้วลุกขึ้นลำบาก แต่ถ้าข้อต่อหลวมมาก ก็จะมีอาการตลอดเวลา

ระยะข้อติดแข็ง (กระดูกงอก) ซึ่งเป็นระยะต่อมาที่ร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างหินปูนมายึดเกาะข้อต่อให้แข็งแรงขึ้น

อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ข้อต่อหลวมก็จะหายไป แต่ถ้าหินปูนที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั้นมีมากเกินไป จนกดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังอีก

ซึ่งคราวนี้อาการปวดหลังมักจะเป็นเมื่อเริ่มออกเดินไปได้สักระยะหนึ่ง อาการปวดและชาที่ขาจะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินไม่ไหวต้องหยุดเดินและนั่งพักอาการจึง

จะดีขึ้น ระยะทางที่เดินได้โดยไม่ปวดจะสั้นลงเรื่อย ๆ ตามความรุนแรงของโรค

http://www.geocities.com/phanomgon/knowlageDis/backpaincause

Photobucket




การบริหารร่างกายเพื่อรักษาอาการปวดหลัง

การบริหารร่างกายให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก และต้นขา มีความแข็งแรง และยืดหยุ่นได้ดี จะสามารถช่วยรักษาอาการปวดหลังได้

แม้ว่าบางคนอาจเลือกออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลกับกล้ามเนื้อดังกล่าวโดยตรง

ควรบริหารร่างกายโดย ใช้ท่าดังต่อไปนี้



ท่าบริหารร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1
บริหารกล้ามเนื้อหลัง สะโพก ต้นขา
ยืนหันหลังเข้าหากำแพงแยกเท้าออก
เท่ากับความกว้างของช่วงไหล่ แล้ว
ค่อย ๆ ย่อตัวลงมา จนเข่างอประมาณ
90 องศา ค้างเอาไว้จนนับ 1 ถึง 5 แล้ว
จึงค่อย ๆ เหยียดเข่ายืดตัวขึ้นไปอยู่ใน
ท่าเดิม ทำ 5 ครั้งติดต่อกัน

Photobucket





ท่าที่ 2 บริหารกล้ามเนื้อหลัง และสะโพก
นอนคว่ำแล้วยกขาข้างใดข้างหนึ่งขึ้น
จากพื้น ยกค้างเอาไว้เมื่อนับ 1 ถึง 10
แล้วจึงวางลง ทำเช่นเดียวกันกับขา
อีกข้างหนึ่ง สลับกันข้างละ 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 3
บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและสะโพกนอนหงายวางแขนไว้ข้างลำตัว
ขาข้างหนึ่งงอ อีกข้างหนึ่งเหยียด แล้วยกขาข้างที่เหยียดขึ้นค้างเอาไว้
เมื่อนับ 1 ถึง 10 แล้วจึงค่อยๆวางลง ทำ 5 ครั้งติดต่อกัน ทั้งสองข้าง

Photobucket

นอกจากนี้ยังสามารถนั่งทำบนเก้าอี้ โดยเหยียดขาออกแล้วยกขาข้างหนึ่ง
ขึ้นมาจนถึงระดับเอว ค้างเอาไว้จน นับ 1 ถึง 5 แล้วจึงค่อยๆวางขาลง
กับพื้นเหมือนเดิม ทำสลับกันทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 4
บริหารกล้ามเนื้อท้องนอนหงาย งอเข่าวางเท้าไว้บนพื้นแล้ว
เกร็งหน้าท้อง ค่อย ๆ ยกศีรษะ และ ไหล่ขึ้นจากพื้น
จนสามารถ เอื้อมมือไปแตะหัวเข่าทั้งสองข้างได้ค้างเอาไว้
จนนับ 1 ถึง 10 แล้วจึง กลับมาท่าเดิม ทำซ้ำกัน 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 5
บริหารกล้ามเนื้อสะโพก และหลัง ยืนอยู่หลังเก้าอี้พร้อมกับใช้มือทั้ง 2
ข้างเกาะพนักเก้าอี้ไว้ แล้วยกขาข้าง ใดข้างหนึ่งขึ้นไปทางด้านหลัง โดย
พยายามให้หัวเข่าเหยียดตรง ยกค้าง ไว้ จนนับ 1 ถึง 5 แล้วจึงวางลงช้าๆ
ทำซ้ำกันข้างละ 5 ครั้ง

Photobucket





ท่าบริหารร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1
นอนหงาย งอเข่า เท้าวางราบกับพื้น สอดมือไว้ใต้ข้อเข่าทั้ง 2 ข้าง
แล้ว งอสะโพก เอาเข่าเข้ามาชิดหน้าอก ให้มากเท่าที่จะทำได้
โดยใช้มือช่วยดึง พยายามไม่ยกศีรษะขึ้น และไม่ เหยียดขาออก
ทำ 5 ครั้งคิดต่อกัน

Photobucket




ท่าที่ 2
นอนคว่ำ งอศอก วางมือไว้ใต้หัวไหล่แล้วเหยียดแขนออก
ยกหัวไหล่ และ ลำตัวส่วนบนขึ้นจากพื้น ให้มากเท่าที่จะทำได้
โดยที่สะโพกและขายังคงวางราบอยู่กับพื้น ค้างไว้ 1- 2 วินาที
แล้วจึงกลับมาท่าเดิม ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

Photobucket




ท่าที่ 3
ยืนท้าวเอวให้มืออยู่ค่อนมาทางด้านหลัง แยกขาออกเล็กน้อย เข่าเหยียดตรง
แล้วแอ่นตัวมาทางด้านหลังให้ มากเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ 1-2 วินาที
แล้วจึงกลับมาท่าเดิม ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

Photobucket




ReviewReviewReviewReviewอาการปวดคอMar 21, '08 12:22 AM
for everyone
Category:Books
Genre: Health, Mind & Body
Author:ศุนย์สิรินธร
Photobucket

Photobucket

Photobucket



ReviewReviewReviewReviewReviewลาว (หลวงพระบาง)Mar 20, '08 10:48 AM
for everyone
Category:Books
Genre: Travel
Author:BACKPACKER
Photobucket
สบายดี...หลวงพระบาง...... เมืองมรดกโลกของประเทศลาว เมืองที่ว่ากันว่า ...อดีตยังคงอยู่กับปัจจุบันที่ไม่เคยจางหายไปกับกาลเวลา มาสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ของ หลวงพระบาง

ภาษาลาววันละหลายคำ

สะบายดี : สวัสดี
บ่เปนหยัง: ไม่เป็นไร
เจ้าชู้ : รูปงามมีเสน่ห์(คำชม)
ร้านกินดื่ม : ร้านอาหาร
เฝอ : ก๋วยเตี๋ยว
น้ำบริสุด : น้ำเปล่า
น้ำก้อน : น้ำแข็ง
กะแลม : ไอศครีม
ท่อดูด : หลอดดูด
จอก : แก้วน้ำ
ผ้าอนามัย : กระดาษทิชชู่
น่าฮัก : น่ารัก


ตักบาตรข้าวเหนียว : การตักบาตรในยามเช้าของเมืองหลวงพระบาง นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในย่านตัวเมืองของหลวงพระบางโดยส่วนใหญ่ไม่ต้องเดินทางให้เยเวลา เนื่องจากพระและเณรจะเดินรับบิณฑบาตรบนถนนแทบทุกสายในเมืองหลวงพระบาง แต่หากต้องการเห็นบรรยากาศในการตักบาตรดังกล่าวอย่างเต็มอิ่ม ก็สามารถเดินมาชมได้ บนถนนสีสว่างวง หรืออาจะร่วมใส่บาตรกับชาวเมืองหลวงพระบางได้ สิ่งที่ควรต้องเตรียมสำหรับการตักบาตร คือ ข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
Photobucket

Photobucket
ภาพจาก www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=4936




© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help