ReviewReviewReviewReviewอาการปวดหลังMar 29, '08 10:22 AM
for everyone
Category:Books
Genre: Health, Mind & Body
Author:http://www.thaiclinic.com/backexercise.h



Photobucket



สาเหตุ อาการปวดหลัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

1. ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

2. การใช้งานหลังที่ผิด

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลังได้บ่อยที่สุด เกิดจากการทำงานที่ใช้หลังอย่างผิดวิธี เช่น การยกของหนักมาก ๆ ขึ้นจากพื้นในท่าก้มหลัง การดันของหนัก ๆ เช่น

โต๊ะ ตู้เตียง การนั่งก้มหลังทำงานนาน ๆ การนั่งขับรถเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาทันทีหรือในวันสองวันหลังจากนั้น

ซึ่งแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ

2.1 อาการปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้อหลังเป็นส่วนที่ช่วยให้กำลังและความแข็งแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ยืน เดิน และ ยกของ

กล้ามเนื้ออักเสบเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อทำงานหนักมากเกินไปหรือใช้งานผิดท่า ซึ่งมีปัจจัยที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้น

ได้แก่ การใช้งานไม่เหมาะสม อ้วน การสูบบุหรี่ เมื่อเกิดกล้ามเนื้อหลังอักเสบจะทำให้ ปวด หลังแข็งเกร็ง ขยับเขยื้อนหลังไม่ได้

อาจมีอาการตัวเอียง เดินลำบาก มีแนวทางรักษาดังนี้

- การนอนพัก ในท่าที่สบาย เช่น ท่านอนหงาย เข่างอเล็กน้อย โดยใช้หมอนใบเล็ก ๆ รองใต้เข่า หรือนอนตะแคงกอดหมอนข้าง

หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำเพราะทำให้หลังแอ่น และปวดมากขึ้น แต่ไม่ควรนอนพักนานเกินกว่า 2 – 4 วัน เพราะทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอมากขึ้น

และ หายช้ากว่าปกติ ยิ่งลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้เร็วเท่าไร อาการปวดหลังก็จะดีขึ้นเร็วเท่านั้น

- ให้ยารักษาตามอาการ ได้แก่ ยาลดความเจ็บปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ

- การทำกายภาพบำบัด

2.2 หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูก เป็นตัวทำให้เกิดความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง และให้ความมั่นคงแข็งแรงกับสันหลัง เมื่ออายุมากขึ้น

ส่วนประกอบที่เป็นน้ำภายในหมอนรองกระดูกจะลดลง ทำให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นลดลง ถ้ามีแรงมากระทำต่อหมอนรองกระดูกในลักษณะเฉียง ๆ

(ซึ่งมักจะเกิดในท่าก้มลงยกของหนัก) จะทำให้หมอนรองกระดูกแตก และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ทำให้ปวดหลัง

ในผู้ป่วยบางราย หมอนรองกระดูกที่แตกออกมาจะไปกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดหลัง ร่วมกับมีอาการปวดร้าวไปที่ขา ขาชา หรือ ขาอ่อนแรง ร่วมด้วย




ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้ โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีวิธีการรักษาคือ

- นอนพัก แต่ไม่ควรนอนพักนานเกิน 2-3 วัน

- รับประทานยาแก้ปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินบีบำรุงเส้นประสาท

- ทำกายภาพบำบัด เช่น การดึงหลัง การอบหลังด้วยความร้อน หรือคลื่นเสียงอัลตร้า

- การออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง ให้แข็งแรง

การผ่าตัดถือว่าเป็นวิธีรักษาวิธีสุดท้าย ซึ่งจะผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น ปวดมากจนรบกวนต่อการดำเนิน-ชีวิตประจำวัน และรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด แล้ว ไม่ดีขึ้น หรือ ไม่สามารถกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ

3. การติดเชื้อ

4. กระดูกสันหลังเสื่อม

เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกสันหลังก็จะเสื่อมโทรมลงตามธรรมชาติ ซึ่งอาจแบ่งอาการของกระดูกสันหลังเสื่อม เป็น

ระยะข้อต่อหลวม เมื่อข้อเริ่มเสื่อมถึงจุดหนึ่งความแข็งแรงของข้อต่อกระดูกสันหลังจะลดลง ทำให้มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อมากขึ้น (ข้อต่อหลวม)

ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ในช่วงเริ่มต้นมักจะมีอาการเวลาขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบท เช่น นอนแล้วลุกขึ้นลำบาก แต่ถ้าข้อต่อหลวมมาก ก็จะมีอาการตลอดเวลา

ระยะข้อติดแข็ง (กระดูกงอก) ซึ่งเป็นระยะต่อมาที่ร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างหินปูนมายึดเกาะข้อต่อให้แข็งแรงขึ้น

อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ข้อต่อหลวมก็จะหายไป แต่ถ้าหินปูนที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั้นมีมากเกินไป จนกดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังอีก

ซึ่งคราวนี้อาการปวดหลังมักจะเป็นเมื่อเริ่มออกเดินไปได้สักระยะหนึ่ง อาการปวดและชาที่ขาจะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินไม่ไหวต้องหยุดเดินและนั่งพักอาการจึง

จะดีขึ้น ระยะทางที่เดินได้โดยไม่ปวดจะสั้นลงเรื่อย ๆ ตามความรุนแรงของโรค

http://www.geocities.com/phanomgon/knowlageDis/backpaincause

Photobucket




การบริหารร่างกายเพื่อรักษาอาการปวดหลัง

การบริหารร่างกายให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก และต้นขา มีความแข็งแรง และยืดหยุ่นได้ดี จะสามารถช่วยรักษาอาการปวดหลังได้

แม้ว่าบางคนอาจเลือกออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลกับกล้ามเนื้อดังกล่าวโดยตรง

ควรบริหารร่างกายโดย ใช้ท่าดังต่อไปนี้



ท่าบริหารร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1
บริหารกล้ามเนื้อหลัง สะโพก ต้นขา
ยืนหันหลังเข้าหากำแพงแยกเท้าออก
เท่ากับความกว้างของช่วงไหล่ แล้ว
ค่อย ๆ ย่อตัวลงมา จนเข่างอประมาณ
90 องศา ค้างเอาไว้จนนับ 1 ถึง 5 แล้ว
จึงค่อย ๆ เหยียดเข่ายืดตัวขึ้นไปอยู่ใน
ท่าเดิม ทำ 5 ครั้งติดต่อกัน

Photobucket





ท่าที่ 2 บริหารกล้ามเนื้อหลัง และสะโพก
นอนคว่ำแล้วยกขาข้างใดข้างหนึ่งขึ้น
จากพื้น ยกค้างเอาไว้เมื่อนับ 1 ถึง 10
แล้วจึงวางลง ทำเช่นเดียวกันกับขา
อีกข้างหนึ่ง สลับกันข้างละ 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 3
บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและสะโพกนอนหงายวางแขนไว้ข้างลำตัว
ขาข้างหนึ่งงอ อีกข้างหนึ่งเหยียด แล้วยกขาข้างที่เหยียดขึ้นค้างเอาไว้
เมื่อนับ 1 ถึง 10 แล้วจึงค่อยๆวางลง ทำ 5 ครั้งติดต่อกัน ทั้งสองข้าง

Photobucket

นอกจากนี้ยังสามารถนั่งทำบนเก้าอี้ โดยเหยียดขาออกแล้วยกขาข้างหนึ่ง
ขึ้นมาจนถึงระดับเอว ค้างเอาไว้จน นับ 1 ถึง 5 แล้วจึงค่อยๆวางขาลง
กับพื้นเหมือนเดิม ทำสลับกันทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 4
บริหารกล้ามเนื้อท้องนอนหงาย งอเข่าวางเท้าไว้บนพื้นแล้ว
เกร็งหน้าท้อง ค่อย ๆ ยกศีรษะ และ ไหล่ขึ้นจากพื้น
จนสามารถ เอื้อมมือไปแตะหัวเข่าทั้งสองข้างได้ค้างเอาไว้
จนนับ 1 ถึง 10 แล้วจึง กลับมาท่าเดิม ทำซ้ำกัน 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 5
บริหารกล้ามเนื้อสะโพก และหลัง ยืนอยู่หลังเก้าอี้พร้อมกับใช้มือทั้ง 2
ข้างเกาะพนักเก้าอี้ไว้ แล้วยกขาข้าง ใดข้างหนึ่งขึ้นไปทางด้านหลัง โดย
พยายามให้หัวเข่าเหยียดตรง ยกค้าง ไว้ จนนับ 1 ถึง 5 แล้วจึงวางลงช้าๆ
ทำซ้ำกันข้างละ 5 ครั้ง

Photobucket





ท่าบริหารร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1
นอนหงาย งอเข่า เท้าวางราบกับพื้น สอดมือไว้ใต้ข้อเข่าทั้ง 2 ข้าง
แล้ว งอสะโพก เอาเข่าเข้ามาชิดหน้าอก ให้มากเท่าที่จะทำได้
โดยใช้มือช่วยดึง พยายามไม่ยกศีรษะขึ้น และไม่ เหยียดขาออก
ทำ 5 ครั้งคิดต่อกัน

Photobucket




ท่าที่ 2
นอนคว่ำ งอศอก วางมือไว้ใต้หัวไหล่แล้วเหยียดแขนออก
ยกหัวไหล่ และ ลำตัวส่วนบนขึ้นจากพื้น ให้มากเท่าที่จะทำได้
โดยที่สะโพกและขายังคงวางราบอยู่กับพื้น ค้างไว้ 1- 2 วินาที
แล้วจึงกลับมาท่าเดิม ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

Photobucket




ท่าที่ 3
ยืนท้าวเอวให้มืออยู่ค่อนมาทางด้านหลัง แยกขาออกเล็กน้อย เข่าเหยียดตรง
แล้วแอ่นตัวมาทางด้านหลังให้ มากเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ 1-2 วินาที
แล้วจึงกลับมาท่าเดิม ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

Photobucket




17 CommentsChronological   Reverse   Threaded
narakjung wrote on Mar 29
ReviewReviewReviewReviewReview
ขอบคุณครับสำหรับ สาระดีๆๆ อย่างนี้ กำลังปวดหลังอยุ่พอดีเลย จะเอาไปลองใช้
kinkpai wrote on Mar 29
ค้าบบบบ
rgkid wrote on Mar 29
หุหุ... เข้ามาหาสาระหน่อย.. ชักเมื่อยๆ หลังแร้วค่ะ..
ถ้ามี.. อาการเจ็บเอ็นร้อยหวาย.. ขอด้วยนะคะ.. แหะ แหะ....
ปล. อย่าลืมแวะไปดูรูปนะคะ เพิ่งกลับมาก็โหลดทันทีเรย... ^^,)
ball5021 wrote on Mar 29
แจ่มๆ อิอิ
tumclub wrote on Mar 29
ReviewReviewReviewReviewReview
ใช่ เมื่อเย้นไปเดินซื้อของมา เดินๆอยุ๋
ปวดหลังไงไม่รุ้ สงสัยวันนี้นั้งหน้าคอมทั้งวัน แถมหนังหลังค่อม.... ปวดมาก ๆ
soyafoto wrote on Mar 29
kinkpai said



Photobucket



สาเหตุ อาการปวดหลัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

1. ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

2. การใช้งานหลังที่ผิด

สาเหตุที่ทำให้ปวดหลังได้บ่อยที่สุด เกิดจากการทำงานที่ใช้หลังอย่างผิดวิธี เช่น การยกของหนักมาก ๆ ขึ้นจากพื้นในท่าก้มหลัง การดันของหนัก ๆ เช่น

โต๊ะ ตู้เตียง การนั่งก้มหลังทำงานนาน ๆ การนั่งขับรถเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาทันทีหรือในวันสองวันหลังจากนั้น

ซึ่งแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ

2.1 อาการปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้อหลังเป็นส่วนที่ช่วยให้กำลังและความแข็งแรงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ยืน เดิน และ ยกของ

กล้ามเนื้ออักเสบเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อทำงานหนักมากเกินไปหรือใช้งานผิดท่า ซึ่งมีปัจจัยที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้น

ได้แก่ การใช้งานไม่เหมาะสม อ้วน การสูบบุหรี่ เมื่อเกิดกล้ามเนื้อหลังอักเสบจะทำให้ ปวด หลังแข็งเกร็ง ขยับเขยื้อนหลังไม่ได้

อาจมีอาการตัวเอียง เดินลำบาก มีแนวทางรักษาดังนี้

- การนอนพัก ในท่าที่สบาย เช่น ท่านอนหงาย เข่างอเล็กน้อย โดยใช้หมอนใบเล็ก ๆ รองใต้เข่า หรือนอนตะแคงกอดหมอนข้าง

หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำเพราะทำให้หลังแอ่น และปวดมากขึ้น แต่ไม่ควรนอนพักนานเกินกว่า 2 – 4 วัน เพราะทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอมากขึ้น

และ หายช้ากว่าปกติ ยิ่งลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้เร็วเท่าไร อาการปวดหลังก็จะดีขึ้นเร็วเท่านั้น

- ให้ยารักษาตามอาการ ได้แก่ ยาลดความเจ็บปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ

- การทำกายภาพบำบัด

2.2 หมอนรองกระดูกส่วนเอวกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูก เป็นตัวทำให้เกิดความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง และให้ความมั่นคงแข็งแรงกับสันหลัง เมื่ออายุมากขึ้น

ส่วนประกอบที่เป็นน้ำภายในหมอนรองกระดูกจะลดลง ทำให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นลดลง ถ้ามีแรงมากระทำต่อหมอนรองกระดูกในลักษณะเฉียง ๆ

(ซึ่งมักจะเกิดในท่าก้มลงยกของหนัก) จะทำให้หมอนรองกระดูกแตก และเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ทำให้ปวดหลัง

ในผู้ป่วยบางราย หมอนรองกระดูกที่แตกออกมาจะไปกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดหลัง ร่วมกับมีอาการปวดร้าวไปที่ขา ขาชา หรือ ขาอ่อนแรง ร่วมด้วย




ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้ โดยวิธีรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีวิธีการรักษาคือ

- นอนพัก แต่ไม่ควรนอนพักนานเกิน 2-3 วัน

- รับประทานยาแก้ปวด ลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินบีบำรุงเส้นประสาท

- ทำกายภาพบำบัด เช่น การดึงหลัง การอบหลังด้วยความร้อน หรือคลื่นเสียงอัลตร้า

- การออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง ให้แข็งแรง

การผ่าตัดถือว่าเป็นวิธีรักษาวิธีสุดท้าย ซึ่งจะผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น ปวดมากจนรบกวนต่อการดำเนิน-ชีวิตประจำวัน และรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด แล้ว ไม่ดีขึ้น หรือ ไม่สามารถกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ

3. การติดเชื้อ

4. กระดูกสันหลังเสื่อม

เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกสันหลังก็จะเสื่อมโทรมลงตามธรรมชาติ ซึ่งอาจแบ่งอาการของกระดูกสันหลังเสื่อม เป็น

ระยะข้อต่อหลวม เมื่อข้อเริ่มเสื่อมถึงจุดหนึ่งความแข็งแรงของข้อต่อกระดูกสันหลังจะลดลง ทำให้มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อมากขึ้น (ข้อต่อหลวม)

ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ในช่วงเริ่มต้นมักจะมีอาการเวลาขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบท เช่น นอนแล้วลุกขึ้นลำบาก แต่ถ้าข้อต่อหลวมมาก ก็จะมีอาการตลอดเวลา

ระยะข้อติดแข็ง (กระดูกงอก) ซึ่งเป็นระยะต่อมาที่ร่างกายมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างหินปูนมายึดเกาะข้อต่อให้แข็งแรงขึ้น

อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจาก ข้อต่อหลวมก็จะหายไป แต่ถ้าหินปูนที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั้นมีมากเกินไป จนกดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังอีก

ซึ่งคราวนี้อาการปวดหลังมักจะเป็นเมื่อเริ่มออกเดินไปได้สักระยะหนึ่ง อาการปวดและชาที่ขาจะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินไม่ไหวต้องหยุดเดินและนั่งพักอาการจึง

จะดีขึ้น ระยะทางที่เดินได้โดยไม่ปวดจะสั้นลงเรื่อย ๆ ตามความรุนแรงของโรค

http://www.geocities.com/phanomgon/knowlageDis/backpaincause

Photobucket




การบริหารร่างกายเพื่อรักษาอาการปวดหลัง

การบริหารร่างกายให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก และต้นขา มีความแข็งแรง และยืดหยุ่นได้ดี จะสามารถช่วยรักษาอาการปวดหลังได้

แม้ว่าบางคนอาจเลือกออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลกับกล้ามเนื้อดังกล่าวโดยตรง

ควรบริหารร่างกายโดย ใช้ท่าดังต่อไปนี้



ท่าบริหารร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1
บริหารกล้ามเนื้อหลัง สะโพก ต้นขา
ยืนหันหลังเข้าหากำแพงแยกเท้าออก
เท่ากับความกว้างของช่วงไหล่ แล้ว
ค่อย ๆ ย่อตัวลงมา จนเข่างอประมาณ
90 องศา ค้างเอาไว้จนนับ 1 ถึง 5 แล้ว
จึงค่อย ๆ เหยียดเข่ายืดตัวขึ้นไปอยู่ใน
ท่าเดิม ทำ 5 ครั้งติดต่อกัน

Photobucket





ท่าที่ 2 บริหารกล้ามเนื้อหลัง และสะโพก
นอนคว่ำแล้วยกขาข้างใดข้างหนึ่งขึ้น
จากพื้น ยกค้างเอาไว้เมื่อนับ 1 ถึง 10
แล้วจึงวางลง ทำเช่นเดียวกันกับขา
อีกข้างหนึ่ง สลับกันข้างละ 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 3
บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและสะโพกนอนหงายวางแขนไว้ข้างลำตัว
ขาข้างหนึ่งงอ อีกข้างหนึ่งเหยียด แล้วยกขาข้างที่เหยียดขึ้นค้างเอาไว้
เมื่อนับ 1 ถึง 10 แล้วจึงค่อยๆวางลง ทำ 5 ครั้งติดต่อกัน ทั้งสองข้าง

Photobucket

นอกจากนี้ยังสามารถนั่งทำบนเก้าอี้ โดยเหยียดขาออกแล้วยกขาข้างหนึ่ง
ขึ้นมาจนถึงระดับเอว ค้างเอาไว้จน นับ 1 ถึง 5 แล้วจึงค่อยๆวางขาลง
กับพื้นเหมือนเดิม ทำสลับกันทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 4
บริหารกล้ามเนื้อท้องนอนหงาย งอเข่าวางเท้าไว้บนพื้นแล้ว
เกร็งหน้าท้อง ค่อย ๆ ยกศีรษะ และ ไหล่ขึ้นจากพื้น
จนสามารถ เอื้อมมือไปแตะหัวเข่าทั้งสองข้างได้ค้างเอาไว้
จนนับ 1 ถึง 10 แล้วจึง กลับมาท่าเดิม ทำซ้ำกัน 5 ครั้ง
Photobucket





ท่าที่ 5
บริหารกล้ามเนื้อสะโพก และหลัง ยืนอยู่หลังเก้าอี้พร้อมกับใช้มือทั้ง 2
ข้างเกาะพนักเก้าอี้ไว้ แล้วยกขาข้าง ใดข้างหนึ่งขึ้นไปทางด้านหลัง โดย
พยายามให้หัวเข่าเหยียดตรง ยกค้าง ไว้ จนนับ 1 ถึง 5 แล้วจึงวางลงช้าๆ
ทำซ้ำกันข้างละ 5 ครั้ง

Photobucket





ท่าบริหารร่างกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ท่าที่ 1
นอนหงาย งอเข่า เท้าวางราบกับพื้น สอดมือไว้ใต้ข้อเข่าทั้ง 2 ข้าง
แล้ว งอสะโพก เอาเข่าเข้ามาชิดหน้าอก ให้มากเท่าที่จะทำได้
โดยใช้มือช่วยดึง พยายามไม่ยกศีรษะขึ้น และไม่ เหยียดขาออก
ทำ 5 ครั้งคิดต่อกัน

Photobucket




ท่าที่ 2
นอนคว่ำ งอศอก วางมือไว้ใต้หัวไหล่แล้วเหยียดแขนออก
ยกหัวไหล่ และ ลำตัวส่วนบนขึ้นจากพื้น ให้มากเท่าที่จะทำได้
โดยที่สะโพกและขายังคงวางราบอยู่กับพื้น ค้างไว้ 1- 2 วินาที
แล้วจึงกลับมาท่าเดิม ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

Photobucket




ท่าที่ 3
ยืนท้าวเอวให้มืออยู่ค่อนมาทางด้านหลัง แยกขาออกเล็กน้อย เข่าเหยียดตรง
แล้วแอ่นตัวมาทางด้านหลังให้ มากเท่าที่จะทำได้ ค้างไว้ 1-2 วินาที
แล้วจึงกลับมาท่าเดิม ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

Photobucket


ขอบคุณครับ จาไปลองทำดูผมชอบปวดหลังอ่า
piperfoto wrote on Mar 29
ขอบคุณนะคับ

ขอเซฟไว้อ่านหน่อยจ๊ะ

kinkpai wrote on Mar 29
คร้าบป๋ม
สงสัยตรงไหนถามได้น้าค้า
kittisun wrote on Mar 30
ReviewReviewReviewReviewReview
ดีจังเลยคร้าบ ส่วนใหญ่จะปวดหลังเนี่องจากการอ่านหนังสิอนาน
สงสัยต้องหัดบริหารหลังล่ะ
kinkpai wrote on Mar 30
ดีจังเลยคร้าบ ส่วนใหญ่จะปวดหลังเนี่องจากการอ่านหนังสิอนาน
สงสัยต้องหัดบริหารหลังล่ะ
อ่ะช่าย ยังงัยก้อต้องทำให้สม่ำเสมอนะค้า
kobkabfilms wrote on Mar 31
ปวดหลังเนื่องจาก ใช้ notebook บนที่นอน T T (คนมันขี้เกียจ เง้อ)
ben42894 wrote on Apr 4
ดีจังเลยก๊าบ อิอิ คือสงสัยว่าจะจำท่าทางทั้งหมดได้งายอ่ะก๊าบ มานเยอะ อิอิ
kinkpai wrote on Apr 4
ดีจังเลยก๊าบ อิอิ คือสงสัยว่าจะจำท่าทางทั้งหมดได้งายอ่ะก๊าบ มานเยอะ อิอิ
เลือกทำก้อได้ค่ะ เช่น ถ้าทำเวลาที่เราจะนอน ก้ออาจจะเลือกใช้ที่เปนท่านอน
หรืออยากทำเวลาทำงาน ที่เราต้องยืน หรือนั่งเก้าอี้ ก้อเลือกใช้ ท่ายืน เป็นต้น ค่ะ
แต่ ต้องทำเป็นประจำนะ
surrogacy wrote on Apr 26
ได้ประโยชน์มากเลยแต่เยอะอะนู๋ไผ่ เจอกันเล่าให้พี่ฟังละกันนะ คิคิ
peak2peak wrote on Jun 10
ขอบคุณมากคับสำหรับความรู้และข้อมูลดีดี อย่างนี้
samuraisword10 wrote on Jul 13
ReviewReviewReviewReviewReview
ปวดประจำ เหอะๆ
rgkid wrote on Jul 19
ReviewReviewReviewReviewReview
อันนี้หรอคะ? ได้ๆ.. จะพยายามทำเรื่อยๆ นะคะ...
Add a Comment
How would you rate this book? (optional)
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help